ตลาดหุ้นไทยลุ้นปรับตัวขึ้น รับแรงหนุนสถานการณ์ตะวันออกกลางผ่อนคลาย หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังโดดเด่น

คุณประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการ บลจ.เมอร์ชั่นพาร์ทเนอร์ จำกัด ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยในวันนี้ว่ามีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นค่อนข้างสูง โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มผ่อนคลายลง
ปัจจัยหนุนจากสถานการณ์ต่างประเทศ
แรงกดดันจากปฏิบัติการ Project Freedom ได้ลดลง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่าข้อตกลงหยุดยิงยังมีผลบังคับใช้
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าปฏิบัติการ Operation Epic Fury ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่การคุ้มครองการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซแทน ซึ่งประเมินว่าจะช่วยลดระดับความรุนแรงของสถานการณ์ลงได้
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ระบุว่า ปฏิบัติการ Project Freedom อาจถูกเลื่อนออกไปก่อน และมีความคืบหน้าในการเจรจากับอิหร่านเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้าย
ปัจจัยในประเทศและแนวโน้มตลาดหุ้น
ตลาดหุ้นไทยและภูมิภาคเอเชีย มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางข่าวเชิงบวก รวมทั้งมีแรงหนุนจากการที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเข้ามา โดยมีความคาดหวังให้ดัชนี SET ทะยานขึ้นยืนเหนือระดับ 1,500 จุด และเดือนพฤษภาคมเป็นช่วงของการรายงานผลประกอบการอย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งคาดว่าบริษัทจดทะเบียนหลายกลุ่มจะมีผลประกอบการออกมาในทิศทางที่ดี ส่วนราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ จะส่งผลกระทบต่อต้นทุนของบริษัทต่างๆ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น
กลุ่มอุตสาหกรรมและสินทรัพย์ที่น่าสนใจ
หุ้นกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังคงเป็นกลุ่มที่โดดเด่นและเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ (Top Pick) โดยยังคงได้รับอานิสงส์อย่างต่อเนื่องจากกระแสเทคโนโลยี AI และราคาหุ้นในปัจจุบันยังมีโอกาสปรับตัวขึ้นไปทดสอบระดับ 40 บาทได้
ตลาดหุ้นต่างประเทศ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและชิปในตลาดต่างประเทศยังคงมีความแข็งแกร่ง เช่น หุ้น AMD ที่รายงานผลประกอบการออกมาดี รวมถึงหุ้นเทคโนโลยีในสหรัฐฯ อย่าง Nvidia, TSMC ที่ยังคงสามารถถือลงทุนต่อไปได้
แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและกลยุทธ์การลงทุน
นโยบายการเงินสหรัฐฯ คาดว่าผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ จะเข้ามาดำเนินนโยบายเพื่อปรับลดอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูความเป็นไปได้ในการนำมาตรการดึงสภาพคล่องออกจากระบบ (QT) มาใช้ และรอดูทิศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังต่อไป
กลยุทธ์ระยะสั้น ตลาดมักจะตอบรับข่าวดีและปรับตัวขึ้นในช่วงกลางสัปดาห์ (วันพุธ) จึงแนะนำกลยุทธ์การลงทุนโดยเข้าซื้อในช่วงต้นสัปดาห์และพิจารณาขายทำกำไรในช่วงกลางสัปดาห์ พร้อมทั้งระมัดระวังแรงเทขายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
