ด่านพรมแดนไทย-ลาว ยังเข้มข้นในมาตรการเดิม

ด่านพรมแดนไทย-ลาว ยังเข้มข้นในมาตรการเดิม
77ข่าวเด็ด
30 เมษายน 2563 ( 03:47 )
217
ด่านพรมแดนไทย-ลาว ยังเข้มข้นในมาตรการเดิม

 

นครพนม – ด่านพรมแดนไทย-ลาว ยังเข้มข้นในมาตรการเดิม หอการค้าฯนครพนม ร่อนหนังสือถึง ผวจ. ขอขยายเวลาเปลี่ยนถ่ายสินค้าเป็น 8 ชั่วโมง

 

จากกรณี จังหวัดนครพนม ประกาศล็อกดาวน์เริ่มตั้งแต่วันที่ 13-30 เมษายน 2563 เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19  จึงมีคำสั่งห้ามบุคคลเข้า-ออก ข้ามเขตพื้นที่จังหวัดฯ เว้นแต่เพื่อประโยชน์ในการรักษาพยาบาล ฯ ตลอดจนการขนส่งสินค้าที่จำเป็น สินค้าอุปโภค-บริโภค อุปกรณ์เครื่องมือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ฯลฯ เป็นต้น

 

ต่อมา วันที่ 29 เมษายน 2563 นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ในฐานะผู้กำกับการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ ณ ห้องประชุมร่มฉัตร ชั้น 2 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครพนม(สสจ.ฯ) เพื่อหามาตรการผ่อนคลายล็อก พิจารณาทบทวนมาตรการต่าง ๆ เนื่องจากจะครบกำหนดในวันที่ 30 เมษายน นี้ และจังหวัดนครพนมไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิดมานานกว่า 14 วัน ยอดผู้ป่วยสะสมยังคงเดิมที่ 2 คน และรักษาหายแล้วทั้งคู่ ทำให้จังหวัดนครพนมกลับมาเป็นพื้นที่สีขาวอีกครั้ง

 

 

คืบหน้า วันที่ 30 เมษายน 2563 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่ด่านพรมแดน บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3(นครพนม-คำม่วน) บ้านห้อม ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม พบมีรถบรรทุกเทรลเล่อร์จำนวนมาก จอดเรียงรายอยู่ริมไหล่ทาง หรือพื้นที่ที่ทางราชการจัดไว้ให้ ทราบจากบรรดาสิงห์รถบรรทุกว่าเตรียมขนส่งสินค้าข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ทางฝั่งลาวยังไม่พร้อมจัดรถบรรทุกมาขนถ่ายจึงต้องจอดรอไปพลางก่อน

 

นายสำรวย แก้วนิล อายุ 46 ปี คนขับรถเทรลเล่อร์ระหว่างประเทศ เปิดเผยว่าบรรทุกเครื่องดื่มชูกำลังจากจังหวัดอุดรฯไปส่งประเทศลาว ดำเนินการด้านเอกสารทางฝั่งไทยครบถ้วนทุกอย่าง แต่ยังไปฝั่งตรงข้ามไม่ได้ เนื่องจากไม่มีรถมารอขนถ่ายสินค้า จึงต้องจอดรอความพร้อมจากฝั่งลาวก่อน

 

โดยถ้าทางฝั่งลาวพร้อม เขาจะนำรถบรรทุกมาจอดรอขนถ่ายสินค้าที่หน้าด่านของประเทศลาว ใช้เวลาไม่เกิน 5 ชั่วโมง ตามที่ทางจังหวัดนครพนมกำหนด แต่ถ้าจำเป็นต้องเข้าไปไกลถึงพื้นที่ชั้นใน เวลา 5 ชั่วโมง คงไม่พอสำหรับการขับรถไปถึงจุดรับ-ส่งสินค้า เนื่องจากมีการจำกัดความเร็ว และกฎหมายทางฝั่งลาวมีความเข้มข้นมาก ถ้าขนถ่ายทั้งตู้คอนเทนเนอร์ยังพอบรรเทา แต่ถ้าใช้แรงงานคนขน 5 ชั่วโมงไม่พอแน่นอน เมื่อกลับมาฝั่งไทยก็จะถูกกักตัว 14 วันทันที ถึงอย่างไรพวกตนก็น้อมรับกติกาทุกอย่าง เพราะกฎระเบียบที่ออกมาล้วนคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนส่วนรวม

 

ก่อนหน้านี้ นายสมนาม เหล่าเกียรติ ประธานหอการค้าจังหวัดนครพนม มีหนังสือถึง ผวจ.ฯ เรื่องปัญหาด้านการขนส่งพืชผลทางการเกษตรของไทย โดยมีสาระสำคัญเพื่อขอเพิ่มเวลาให้รถขนส่งสินค้าเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากไทยไปประเทศลาว จากเวลา 5 ชั่วโมง เป็นเวลา 8 ชั่วโมง เนื่องจากระยะเวลา 5 ชั่วโมง ไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนถ่ายสินค้า ฯลฯ

 

ในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อฯ มีรายละเอียดภายใต้แนวปฏิบัติที่ว่าสร้างเกราะป้องกันจากภายนอก เพิ่มภูมิคุ้มกันภายใน และลดภาวะแรงกดดันที่เกิดขึ้นกับประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ทำให้มีหลายมาตรการที่ผ่อนปรนให้กับพี่น้องประชาชน เช่น เกี่ยวกับตลาดสดได้ผ่อนผันให้เปิดได้ในช่วงกลางวัน ตั้งแต่ 05.00 -18.00 น. ส่วนตลาดที่มีลักษณะเป็นตลาดโต้รุ่ง ตลาดนัด ตลาดชุมชน ให้เปิดในเวลา 16:00 – 20.00 น. แต่ต้องผ่านมาตรฐานการตรวจสอบจากทางอำเภอและทางสำนักงานสาธารณสุขอำเภอก่อน จึงจะสามารถเปิดได้

 

ในส่วนของการเดินทางเข้าออกจังหวัดนครพนมทั้งทางบกและทางอากาศนั้น หลังวันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ไม่ต้องขออนุญาตแล้ว แต่ก่อนที่จะผ่านเข้ามาในจังหวัดนครพนม จะต้องมีการตรวจคัดกรองและให้ข้อมูลกับทางเจ้าหน้าที่ก่อนว่าไปที่ไหน พักอยู่ที่ไหน ประวัติก่อนหน้า 14 วันเป็นอย่างไร เพื่อที่จังหวัดจะได้ประมวลข้อมูลทั้งหมดและส่งต่อไปยังอำเภอและพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. เข้าไปติดตามทุกรายที่เข้ามา

 

ส่วนมาตรการที่ยังคงเดิมก็ยังคงมีหลายมาตรการเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การห้ามคนต่างด้าวเข้ามาในพื้นที่จังหวัดนครพนมยกเว้นกรณีที่ได้รับอนุญาต บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 อนุญาตเฉพาะการขนส่งสินค้าที่กำหนดเท่านั้น บุคคลทั่วไปยังไม่สามารถเข้า-ออกได้ รวมถึงการจำหน่ายสุรา สถานที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดที่เคยห้ามก่อนหน้านี้ก็ยังคงมีเหมือนเดิม

 

ส่วนเรื่องที่เพิ่มเติมขึ้นมา ก็คือคณะกรรมการโรคติดต่อ มีมติให้ทุกคนที่จะออกนอกเคหสถานต้องสวมหน้ากาก ผู้ที่ไม่สวมหน้ากากแล้วอยู่ภายนอกเคหสถานถือว่ามีความผิด มีโทษตามกฎหมายควบคุมโรคติดต่อ โดยจะเริ่มในวันที่ 1 พฤษภาคมเป็นต้นไปจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้จังหวัดนครพนมจะมีการประเมินสถานการณ์ทุกวันและมาตรการต่างๆ จะมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมของสภาพปัญหาในพื้นที่และตามนโยบายส่วนกลาง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง