รีเซต

CBG หยวนต้าชี้ประมาณการกำไรปี 70 มี upside หนุนเติบโต

CBG หยวนต้าชี้ประมาณการกำไรปี 70 มี upside หนุนเติบโต
ทันหุ้น
7 กันยายน 2569 ( 13:30 )
5

#CBG #ทันหุ้น-บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) ออกบทวิเคราะห์หุ้นบริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG โดยแนะนำ"ซื้อ" ให้ราคาเป้าหมายที่ 81 บาท เลือกเป็นหุ้น Top pick ของกลุ่ม โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569-2570 ที่ 2,712 ลบ. (-4.4% YoY) และ 3,124 ลบ. (+15.2% YoY) สูงสุดในรอบ 6 ปี

นอกจากนี้ประมาณการปี 2570 ของฝ่ายวิจัยยังมี Upside risk จาก 1) ธุรกิจในกัมพูชากลับมาฟื้นตัว หากสถานการณ์ความขัดแย้งและกระแสแบนสินค้าจากไทยเริ่มลดลง 2) การเริ่มรับรู้รายได้จากการจำหน่าย “หัวเชื้อ” ให้แก่ลูกค้าในจีน 3) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยที่มีโอกาสออกมาดีกว่าคาด เนื่องจากประมาณการตั้งบนสมมติฐานที่อนุรักษ์นิยมคาดกำไรเพียง 50 ล้านบาท และ 4) ต้นทุนการผลิตที่มีโอกาสลดลงจากปี 2569

โดยฝ่ายวิจัยหยวนต้า มีมุมมองเชิงบวกต่อการเติบโตในระยะยาวของ CBG จาก 1) การเพิ่มส่วนแบ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังผ่านการทำตลาดและออกสินค้าใหม่ 2) ธุรกิจจัดจำหน่ายที่ยังมีพื้นที่เติบโต โดย “สุราข้าวหอม” ครอบคลุมช่องทางเพียงราว 50%, 3) โอกาสเพิ่มลูกค้า OEM หลังความสำเร็จของ Loveza และ 4) ศักยภาพการเติบโตของเมียนมา หากเศรษฐกิจฟื้นตัวและบริษัทขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติมได้ขณะที่สงครามในตะวันออกกลางที่ตึงเครียดขึ้นในเดือนก.ย. 2569 ฝ่ายวิจัยประเมินผลกระทบจำกัด เนื่องจากบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินงานเพื่อรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นไว้แล้ว

ส่วนผลดำเนินงานไตรมาส 3/69 เบื้องต้นฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรปกติอยู่ที่กรอบ 700-740 ล้านบาท ทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย QoQ และกลับมาโต YoYอีกครั้ง แนวโน้มรายได้คาดเติบโตต่อเนื่องทั้ง QoQ และ YoY ซึ่งปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากธุรกิจในประเทศที่เติบโตต่อทั้ง QoQ และ YoY ในทุกธุรกิจตามการออกสินค้าใหม่ และการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย ประกอบกับคู่ค้าหลักในกลุ่มธุรกิจ OEM ที่มีแนวโน้มขยายยอดคำสั่งซื้อต่อเนื่อง โดยคาดรายได้จาก Loveza ที่ 52 ล้านบาท รวมถึงการได้อานิสงส์จาก “ไทยช่วยไทย พลัส” เต็มไตรมาส ขณะที่รายได้จากต่างประเทศอาจลดลงเล็กน้อย QoQ เนื่องจากเป็น Low season ของเมียนมา แต่รายได้ยังโตเด่นต่อเนื่อง YoY จากผลของการจัดตั้งโรงงานใหม่ในเมียนมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568

ส่วน GPM อาจลดลง QoQ มาที่ระดับ 25.0% จากในไตรมาส 2/69 ที่ 26.4% จากการรับรู้ผลของราคาต้นทุนพลังงานและบรรจุภัณฑ์ที่ปรับขึ้นเต็มไตรมาส ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจาก ICUK มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่อง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง