รีเซต

โลกร้อนดันราคาอาหารแพง แต่คุณภาพและปริมาณลดลง เขย่าความมั่นคงปากท้องทั่วโลก

โลกร้อนดันราคาอาหารแพง แต่คุณภาพและปริมาณลดลง เขย่าความมั่นคงปากท้องทั่วโลก
TNN ช่อง16
21 มีนาคม 2569 ( 11:00 )

ผลการศึกษาจากข้อมูลใน 18 ประเทศช่วงระหว่างปี 2022-2024 พบว่า วิกฤตด้านสภาพอากาศที่เกิดขึ้นในทั่วโลก ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ฝนตกหนัก และน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อราคาอาหารเพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยงานวิจัยก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบระยะยาวของอุณหภูมิโลกที่ส่งผลต่อผลผลิตและห่วงโซ่อาหาร แต่การศึกษาใหม่นี้บ่งชี้ให้เห็นความราคาวัตถุดิบที่เพิ่มสูงขึ้นในระยะสั้น ล้วนเป็นผลจากภัยพิบัติและการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั้งสิ้น 

 

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2022 ราคาผักในแคลิฟอร์เนียและแอริโซนาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นถึง 80% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีสาเหตุมาจากคลื่นความร้อนและภัยแล้งรุนแรงในช่วงฤดูร้อน ขณะที่ราคากะหล่ำปลีในเกาหลีปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น 70% เมื่อเผชิญกับคลื่นความร้อนในช่วงเดือนกันยายน ซึ่งนักวิทยาศาสตร์แสดงความกังวลว่าถึงวิถีชีวิตของเกษตรกรท้องถิ่นในอนาคตอาจต้องปรับตัวด้วยการหันไปปลูกพืชชนิดอื่นแทน 

 

และในปี 2024 ราคาน้ำมันมะกองในยุโรปเพิ่มสูงขึ้น 50% หลังจากอิตาลีและเสปนประสบภาวะแล้งรุนแรง ขณะเดียวกันราคาผักและผลไม้ในเม็กซิโกปรับตัวเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเผชิญภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดในรอบทศวรรษ ส่วนที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับราคาข้าวญี่ปุ่นที่เพิ่มสูงขึ้นถึง 48% เมื่อเผชิญกับคลื่นความร้อนรุนแรงที่สุดเท่าที่มีเคยบันทึกเอาไว้ ชาวญี่ปุ่นเสี่ยงขาดแคลนข้าวจนรัฐบาลต้องแก้ปัญหาด้วยการนำเข้าผลผลิตข้าวจากต่างประเทศ แต่ก็แลกมากับต้นทุนด้านการขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ทั่วโลกยังเผชิญกับผลิตภัณฑ์จากช็อกโกแลตขาดตลาด หลังกานาและไอวอรีโคสต์ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโกโก้เกือบ 60% ของโลกไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เนื่องจากอุณหภูมิสูงขึ้น 4 องศาเซลเซียส ทำให้ราคาโกโก้พุ่งสูงขึ้นถึง 280%

 

วิกฤตสภาพภูมิอากาศไม่เพียงทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลงเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการในวัตถุดิบบางชนิดลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านสุขภาพได้ ราคาอาหารที่เพิ่มขึ้นยังเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในประเทศที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ ผู้คนไม่สามารถเข้าถึงอาหารที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตได้ ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เตือนว่า วิกฤตด้านสภาพอากาศยังคงมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในอนาคต หากโลกไม่สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลผลิตทางการเกษตรและความมั่นคงด้านอาหารในทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง