"Meta" เลิกจ้าง 8,000 คน เริ่มสัปดาห์นี้ AI เขย่าองค์กร-พนักงานผวา

cnbc รายงานว่า Meta บริษัทแม่ของ Facebook, Instagram และ WhatsApp กำลังเผชิญแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ หลังเตรียมเริ่มปลดพนักงานรอบใหญ่ในสัปดาห์นี้ โดยจะลดจำนวนพนักงานราวร้อยละ 10 หรือประมาณ 8,000 ตำแหน่ง พร้อมยกเลิกแผนรับพนักงานใหม่อีก 6,000 ตำแหน่ง
การลดคนรอบนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ของบริษัท ภายใต้แรงกดดันจากเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่กำลังกลายเป็นทั้งโอกาสและภัยคุกคามต่อแรงงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี
ย้อนกลับไปในปี 2565 มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก เคยประกาศปลดพนักงาน 11,000 คน และยอมรับว่าบริษัทจ้างคนมากเกินไปในช่วงโควิด ก่อนที่การลดพนักงานจะขยายเป็น 21,000 คนในเวลาต่อมา ครั้งนั้นเขายังแสดงท่าทีรับผิดชอบต่อความผิดพลาด แต่วันนี้ บรรยากาศเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
Meta ไม่ได้อธิบายการปลดคนรอบใหม่ด้วยน้ำเสียงขอโทษเหมือนในอดีต แต่ระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทำให้บริษัทมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อชดเชยการลงทุนด้านอื่นที่กำลังเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนใน AI
ขณะที่บริษัทลดจำนวนพนักงาน Meta กลับเพิ่มงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานอย่างมหาศาล ล่าสุดปรับเพิ่มคาดการณ์รายจ่ายลงทุนปี 2569 อีกสูงสุด 10,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้เม็ดเงินลงทุนอาจพุ่งแตะ 145,000 ล้านดอลลาร์ สะท้อนว่าบริษัทกำลังเทน้ำหนักไปที่ศูนย์ข้อมูล พลังประมวลผล และระบบ AI อย่างเต็มตัว
ภายในบริษัท พนักงานจำนวนมากเริ่มรู้สึกกังวลมากขึ้น เพราะมีสัญญาณว่าอาจมีการปลดคนเพิ่มเติมในปีนี้ ทั้งรอบที่อาจเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม และอีกรอบในช่วงปลายปี ขณะเดียวกันผู้บริหารฝ่ายการเงินของ Meta ยอมรับว่า บริษัทยังไม่รู้แน่ชัดว่า ขนาดองค์กรที่เหมาะสมในอนาคตควรอยู่ที่เท่าใด
แรงกดดันนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะ Meta เท่านั้น แต่กำลังลามไปทั่วอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ปี 2569 บริษัทเทคโนโลยี 137 แห่งปลดพนักงานไปแล้วเกือบ 110,000 คน หลังจากปีที่แล้วมีการปลดรวมประมาณ 125,000 คน หากแนวโน้มยังเป็นเช่นนี้ ตัวเลขอาจเข้าใกล้จุดสูงสุดในปี 2566 ที่มีการปลดพนักงานมากกว่า 260,000 คน
นักวิเคราะห์มองว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือความจริงอันโหดร้ายของยุค AI บริษัทที่ลดคนและโยกเงินไปลงทุนในเทคโนโลยีอัตโนมัติอาจได้รับเสียงสนับสนุนจากนักลงทุน แต่สำหรับพนักงาน นี่คือสัญญาณว่า งานจำนวนมากกำลังถูกประเมินใหม่ และบางส่วนอาจถูกแทนที่ด้วยเครื่องจักร
ภายใน Meta ความกังวลยิ่งเพิ่มขึ้นหลังบริษัทเริ่มใช้เครื่องมือติดตามข้อมูลการทำงานของพนักงาน เช่น การเคลื่อนไหวของเมาส์และการกดแป้นพิมพ์ เพื่อนำข้อมูลไปใช้ฝึกโมเดล AI สำหรับสร้างเอเจนต์ดิจิทัลที่ทำงานด้านโค้ดและงานสำนักงานได้
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า Meta กำลังเข้าสู่ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อครั้งสำคัญ จากบริษัทโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ สู่บริษัทที่เดิมพันอนาคตกับ AI อย่างเต็มตัว แต่ต้นทุนของการเดิมพันครั้งนี้ อาจไม่ใช่แค่เงินลงทุนมหาศาล หากยังรวมถึงความมั่นคง ความเชื่อมั่น และขวัญกำลังใจของพนักงานภายในองค์กรด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
