โควิดต้นตอ! รวมชาวเอเชียถูกทำร้าย โดนเกลียดชัง

โควิดต้นตอ!  รวมชาวเอเชียถูกทำร้าย โดนเกลียดชัง
m085*******
23 มีนาคม 2564 ( 08:32 )
235
โควิดต้นตอ!  รวมชาวเอเชียถูกทำร้าย โดนเกลียดชัง

 

หลังจากก่อนหน้านี้ TrueID ได้ รวมที่มา #StopAsianHate ทั่วโลกแห่แชร์ Stop ชนวนความเกลียดชัง 
ข่าววันนี้จะพาย้อนไทม์ไลน์ของ เหตุการณ์ทำร้ายคนเชื้อสายเอเชียในสถานการณ์การเกิดโรคระบาดไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19  สู่การปะทุความเกลียดชังในสหรัฐฯ ซ้ำซากและนับวันคนเอเชียถูกทำร้ายให้เห็นเป็นข่าวเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 

 


28 ม.ค. จุดเริ่มต้นของคนเอเชียถูกทำร้ายในสหรัฐฯ 

 


1. ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 2 ก.พ.2564 ที่ผ่านมา ข่าวคนเอเชียถูกทำร้ายที่สหรัฐฯ ถูกเผยแพร่เป็นข่าวดังและกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ถูกพูดถึงบนสังคมโลกออนไลน์อย่างมาก

 


2. เมื่อข่าวกรณีปู่วิชา หรือนายวิชา รัตนภักดี ชายไทยวัย 84 ปี อาศัยอยู่ในซานฟรานซิสโก เมืองที่ได้รับการกล่าวขานว่าขึ้นชื่อเรื่องความโรแมนติกเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี 

 


3. แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของการทำร้ายคนเอเชียในสหรัฐฯ ซึ่ง คุณปู่วิชา เป็นเหยื่อรายแรกของ "ความรุนแรง" จากสองวัยรุ่นชายหญิงผลักเขาจนล้มกระแทกพื้นปูน เมื่อวันที่ 28 ม.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ปู่วิชาจบชีวิตลง โดยที่ไม่มีการสนทนา หรือมีเหตุจูงใจ เหตุยั่วยุให้เกิดการทำร้ายกัน

 


4. ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รีบนำคุณปู่วิชาส่งโรงพยาบาล แต่ด้วยอาการสาหัสทำให้เสียชีวิต ก่อนที่จะตามล่าคนทำได้

 


5. และตั้งแต่เกิดโรคโควิด-19 เหตุร้ายแรงของการทำร้ายร่างกายคนเอเชียไม่จบเพียงเท่านี้ ซึ่งการเสียชีวิตหลังถูกทำร้ายร่างกาย อาจเป็นไปได้ว่ามีมูลเหตุมาจาก "พฤติกรรมการเหยียดเชื้อชาติชาวเอเชีย" 

 


31 ม.ค. ชาวเอเชีย 3 คนถูกทำร้ายในเวลาเดียวกัน คนร้ายคนเดียวกัน 

 


6. ต่อมายังเกิดเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายอีกอย่างน้อย 3 คดีในย่านไชนาทาวน์ของเมืองโอคแลนด์  โดยชายวัย 91 ปี ถูกผลักจนล้ม ชายวัย 60 และสตรีวัย 55 ถูกทำร้ายจนหมดสติ ซึ่ง 3 คดีดังกล่าวเป็นคนร้ายคนเดียวกันที่ลงมือ 

 


20 ก.พ. คนเอเชียไม่ได้แค่ถูกทำร้าย-ถูกเกลียดชัง แต่ยังถูกปล้นด้วย

 


7. เหตุการณ์ต่อมาเกิดขึ้นในเมืองซานโอเซของรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยหญิงชาวเวียดนามวัย 64 ปี ตกเป็นเหยื่อยถูกทำร้ายและถูกจี้เงิน 1,000 เหรียญสหรัฐ และในสัปดาห์เดียวกัน เกิดเหตุชายชราเชื้อสายฟิลิปปินส์ วัย 61 ปี ถูกกรีดใบหน้าในตู้โดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน นครนิวยอร์ก 

 


8. สำหรับเหตุการณ์ที่ดุจะเป็น Talk of the town ถูกพูดถึงบนโลกออนไลน์ และคนทั่วโลกต่างแห่แชร์ #StopAsianHate หยุดความเกลียดชังคนเอเชีย คงหนีไม่พ้น อาม่านักสู้ 

 

 

16 มี.ค. กราดยิงร้านนวดสปา หญิงเอเชียดับ 6 

 

 

9. โศกนาฎกรรมที่สร้างแรงสั่งสะเทือนปลุกให้คนทั่วโลกออกมาเรียกร้อง แสะงพลังยุติความเกลียดชังคนเอเชีย เมื่อเกิดเหตุ มือปืนยิงหญิงเชื้อสายเอเชีย 3 คนเสียชีวิตในร้านนวดสปาชื่อ "โกลด์ สปา" ในเมืองแอตแลนต้า และมีหญิงเชื้อสายเอเชียคนที่ 4 ถูกยิงเสียชีวิตในร้านนวดสปาอีกแห่งหนึ่ง ชื่อ "อะโรมาเธอราปี สปา" ตั้งอยู่บนถนนสายเดียวกัน โดยอยู่ตรงข้ามกับร้านโกลด์ สปา

 


19 มี.ค. อาม่านักสู้ ต่อยมาฟาดกลับ ปมเกลียดชังคนเอเชีย

 


10. และกรณีที่ถูกพูดถึงไปทั่วโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณมาร์เก็ต สตรีทในซานฟรานซิสโก สหรัฐ เมื่อหญิงชราชาวเอเชีย วัย 76 ปี กำลังยืนรอสัญญาไฟจะข้ามถนน แต่จู่ ๆ ชายผิวขาวแปลกหน้าที่เธอไม่รู้จัก เดินเข้ามาชกที่ใบหน้าของเธอแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เพราะเธอไม่รู้จักชายคนนี้ หรือไม่ได้พูดยั่วยุ

 


11. จากนั้น อาม่า คว้าไม้ที่อยู่แถวนั้นใช้เป็นอาวุธเพื่อป้องกันตัว และฟาดกลับไปยังชายแปลกหน้าที่ทำร้ายเธอแบบไม่ยั้งเช่นกัน ทำให้คนร้ายได้รับบาดเจ็บถึงขนาดต้องหามเปลส่งโรงพยาบาล ในขณะที่เธอตาซ้ายบวม มีเลือดออก และมองไม่เห็น 

 


12. เหตุการณ์ของอาม่านักสู้กลายเป็นไวรัลที่สนั่นบนโลกออนไลน์ สะเทือนให้เกิดแฮชแท็ก #StopAsianHate หยุดความเกลียดชังคนเอเชีย ออกมาย้ำเตือนอีกครั้ง แต่ก็ไม่วาย ไม่จบไม่สิ้นเมื่อเกิดเหตุทำร้ายร่างกายอีกครั้ง 

 


22 มี.ค. ไม่กี่วัน! ชายชราชาวเอเชีย ถูกทำร้ายเลือดอาบ

 


13. ล่าสุด เกิดเหตุชายชราเอเชียนั่งรถไฟแฟรงคินและวาริก สตรีท ถูกชายวัย 36 ปี คนร้ายที่ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชายชราจนเลือดไหลทั่วไหลไปทั้งหน้า ซึ่งเหยื่อจากความรุนแรงได้รับบาดเจ็บที่ศรีษะ มีอาการสาหัส โดยถูกส่งโรงพยาบาลแล้ว และสามารถจับตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่ามาจากผลแห่งความเกลียดชัง

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง