รีเซต

SME D Bank โชว์แกร่ง สินเชื่อโต 7.9 หมื่นล้าน คุมหนี้เสีย 7.9%

SME D Bank โชว์แกร่ง สินเชื่อโต 7.9 หมื่นล้าน คุมหนี้เสีย 7.9%
ทันหุ้น
2 กุมภาพันธ์ 2569 ( 13:42 )
1

#ทันหุ้น SME D Bank ประกาศผลสำเร็จปี 2568 ทุบสถิติ New High นับแต่ก่อตั้งในรอบ 23 ปี โดยยอดเบิกจ่ายสินเชื่อพุ่ง 7.9 หมื่นล้านบาท หนี้เสีย 7.9% พร้อมเปิด 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 3% วงเงินรวม 2 หมื่นล้าน เน้นหนุนผู้ประกอบการใน 3 กลุ่มหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร  สุขภาพ  และเกษตรแปรรูป

นายพิชิต มิทราวงศ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank เปิดเผยผลการดำเนินงานในปี 2568ว่า เติบโตอย่างแข็งแกร่งสวนทางสภาวะเศรษฐกิจ โดยสามารถสร้างสถิติใหม่ด้วยยอดเบิกจ่ายสินเชื่อสูงแก่ผู้ประกอบการ SMEs ถึง 7.9 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.9% จากปี 67 และสูงสุดในรอบ 23 นับตั้งแต่ก่อตั้งธนาคาร ท่ามกลางความท้าทายจากปัจจัยภายนอก ทั้งเรื่องนโยบายการค้าโลก ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ และสถานการณ์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้สินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 9.9 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกัน ระดับหนี้เสียก็ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยธนาคารสามารถควบคุมระดับหนี้เสียให้ต่ำที่สุด โดยหนี้เสียอยู่ที่ 7.9% ในจำนวนนี้เป็นหนี้เสายจากหนี้ใหม่ (ตั้งแต่ปี 2558) อยู่ที่ระดับเพียง 2.7% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ส่วนการจัดการหนี้ที่ค้างชำระแต่ยังไม่เป็นหนี้เสียนั้น อยู่ที่ 9.4% ซึ่งถือว่าต่ำกว่ากลุ่มสถาบันการเงินที่ดูแล SMEs ด้วยกัน ทั้งนี้ สำหรับการจัดการหนี้เสียเดิม (Legacy) ซึ่งในอดีตที่เคยสูงถึงกว่า 40% ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงประมาณ 5.2% เท่านั้น

“ความสำเร็จในครั้งนี้เป็นผลมาจากการปรับปรุงกระบวนการทำงานภายในตามคำแนะนำของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง โดยมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการปรับบทบาทจากการปล่อยสินเชื่อรายใหญ่ (เคยปล่อยสูงสุด 500 ล้านบาทต่อราย) มาเน้นกลุ่มรายย่อยที่มีวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับพันธกิจหลักของธนาคาร แม้การดูแลรายเล็กจะมีความซับซ้อนมากกว่า แต่ธนาคารได้ใช้เครื่องมือทางการเงินที่มีประสิทธิภาพเข้ามาช่วยดูแลอย่างพิถีพิถัน”

ทั้งนี้ เพื่อเสริมความแกร่งด้วยสำรองหนี้ตามมาตรฐาน TFRS 9 เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและไม่ให้เป็นภาระต่อหน่วยงานกำกับดูแล SME D Bank ได้เพิ่มความมั่นคงทางการเงินอย่างก้าวกระโดด โดยการเพิ่มอัตราส่วนสำรองเพื่อเผื่อหนี้ด้อยคุณภาพ (NCR) จากระดับ 116% ในปี 2567 ขึ้นมาอยู่ที่ 153.64% ในปี 2568 เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่มาตรฐาน TFRS 9

สำหรับแนวทางการดำเนินงานของธนาคารในปีนี้ นายพิชิตกล่าวว่า ตั้งเป้าที่จะปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มให้ได้ 2 หมื่นล้านบาท และรักษาระดับหนี้เสียให้ไม่เพิ่มขึ้น โดยสินเชื่อที่จะปล่อยนั้นจะเน้นไปที่ 3 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักที่เป็นอนาคตของเศรษฐกิจไทย ได้แก่ อาหาร  สุขภาพ  และเกษตรแปรรูป ให้สามารถยกระดับปรับเปลี่ยนพัฒนาสู่ธุรกิจใหม่ 

ทั้งนี้ ธนาคารได้เตรียม 3 ผลิตภัณฑ์สินเชื่อสำคัญ อัตราดอกเบี้ยพิเศษเพียง 3%ต่อปี คงที่ตลอด 3 ปีแรก ผ่อนนานสูงสุด 10 ปี  ได้แก่  โครงการ “สินเชื่อ ปลุกพลัง SME”  สร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าถึงแหล่งทุน  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน , โครงการ “สินเชื่อ Beyond ติดปีก SME”   มุ่งเพิ่มศักยภาพยกระดับธุรกิจ   วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท และ “สินเชื่อ SME Green Productivity”  สนับสนุนเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว  วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 30 ล้านบาท   

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง