SKEลั่นรายได้ปีนี้โตเกิน10% ควัก100ล.ลงทุนRDFภาคใต้

#SKE #ทันหุ้น - SKE เตรียมงบ 100 ล้านบาท ก่อสร้างโครงการกำจัดขยะ-โรงผลิต RDF ในภาคใต้ ปูทางโกยเงินระยะยาว พร้อมคาดปี 2569 รายได้โตสองหลัก จากปี 2568 รับปรับโครงสร้างจบ-เก็บเกี่ยวธุรกิจสดใส แถมปรับโมเดลโรงผลิตเชิงเพลิงขยะสระบุรี หันมุ่งอัพเกรดคุณภาพเชื้อเพลิงขยะแทน หวังบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ
นางสาวนภาพร สาธิตธรรมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน บริษัท สากล เอนเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ SKE เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนทุ่มเงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาท รองรับการพัฒนาโครงการโรงกำจัดขยะและผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอัด (RDF) แห่งใหม่ในพื้นที่ภาคใต้ หลังหลังล่าสุดบริษัทย่อยของ SKE คือ N15 Technology ได้รับการคัดเลือกให้เข้าพัฒนาโครงการบริหารจัดการ ระบบกำจัดขยะมูลฝอยแบบครบวงจรของเทศบาลเมืองปากพนัง และได้มีการลงนามในสัญญาโครงการให้เอกชนร่วมลงทุนก่อสร้างโครงการดังกล่าว เพื่อขยายฐานธุรกิจและช่องทางสร้างรายได้ของบริษัทให้กว้างขึ้น
*ควักงบปั้น RDF ภาคใต้
ทั้งนี้ โครงการโรงกำจัดขยะและผลิตเชื้อเพลิงจากขยะอัดดังกล่าวนั้นคาดน่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างเสร็จภายในปี 2569 ตลอดจนมองทางบริษัทประเมินว่าคงจะกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนการเติบโตในอนาคตต่อไป ในขณะที่ ทิศทางของตัวเลขสัดส่วนรายได้ของ SKE ล่าสุดเกือบ 90% มากลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าชีวมวล ส่วนที่เหลือมาจากกลุ่มธุรกิจอื่นๆ เช่น RDF เป็นต้น
สำหรับในปี 2569 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโตเป็นตัวเลขสองหลัก เมื่อเทียบกับปี 2568 หลังธุรกิจมีการรับรู้ผลบวกจากการปรับโครงสร้างภายในใหม่ ซึ่งจะทำให้ความสามารถในการบริษัทจัดการต้นทุนดียิ่งขึ้น ประกอบกับยังมีการรับรู้รายได้จากกลุ่มธุรกิจต่างๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง
โดยช่วงที่ผ่านมาในส่วนของโรงผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) ในจังหวัดสระบุรีนั้นบริษัทได้มีการปรับรูปแบบการดำเนินงานในส่วนดังกล่าวเป็น เป็นการรับปรับปรุง คุณภาพให้ดียิ่งขึ้น (อัพเกรด) RDF จากลูกค้าแทน เพราะบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการดำเนินการอัพเกรด เพื่อช่วยทำให้ภาพรวมการดำเนินงานส่วนดังกล่าวมีเสถียรภาพ และสร้างผลตอบแทนให้กับบริษัทได้ดียิ่งขึ้น และจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในปี 2569 เป็นต้นไป
*ปรับโครงสร้างธุรกิจ
พร้อมกันนี้ ในแง่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบโรงผลิตเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) ในจังหวัดสระบุรี ที่เกิดขึ้นยังช่วยสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ผ่านการจัดการขยะชุมชน หรือของเสียและวัสดุที่ไม่ใช้แล้วที่ไม่เป็นอันตรายอีกทางหนึ่ง
นางสาวนภาพร กล่าวว่า ในแง่กลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานชีวมวลภายใต้ชื่อ “โครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลแม่กระทิง (MKP)” ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดแพร่ (ดำเนินการโดยบริษัท แม่กระทิง เพาเวอร์ จำกัด) นั้นภาพรวมยังเป็นไปด้วยดี และยังยังสามารถดำเนินการสร้างรายได้อย่างสม่ำเสมอให้กับบริษัท
สำหรับโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลดังกล่าว มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้าและติดตั้งราว 9.9 เมกะวัตต์ (MW) ซึ่งโรงไฟฟ้าดังกล่าวเป็นการนำเปลือกไม้และชิ้นไม้ สับหรือวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนเพื่อผลิตไฟฟ้า (สัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) แบบผู้ผลิตไฟฟ้า พลังงานหมุนเวียนขนาดเล็กมาก (VSPP) เป็นระยะ เวลา 20 ปี (เริ่มขายไฟฟ้าปี62) ซึ่งยังถือเป็นอีกประเด็นที่กลายเป็นแรงสนับสนุนให้ภาพรวมปี 2569 เติบโตได้ตามที่วางไว้ด้วย
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
