'ธรรมนัส' ระทึกวันนี้บ่าย3โมง ศาลรธน.ตัดสินคดีคุณสมบัติ พ้นส.ส.-ความเป็นรมต.หรือไม่

'ธรรมนัส' ระทึกวันนี้บ่าย3โมง ศาลรธน.ตัดสินคดีคุณสมบัติ พ้นส.ส.-ความเป็นรมต.หรือไม่
มติชน
5 พฤษภาคม 2564 ( 08:32 )
48
'ธรรมนัส' ระทึกวันนี้บ่าย3โมง ศาลรธน.ตัดสินคดีคุณสมบัติ พ้นส.ส.-ความเป็นรมต.หรือไม่

‘ธรรมนัส’ ระทึกวันนี้บ่าย3โมง ศาลรธน.ตัดสินคดีคุณสมบัติ พ้นส.ส.-ความเป็นรมต.หรือไม่ เจ้าตัวน้อมรับไม่กังวล – รมต.ดีอีเอสฮึ่มฟันกลุ่มย้านประเทศ ทำขัดแย้ง

 

 

เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม ศาลรัฐธรรมนูญนัดแถลงวันนี้เวลา 15.00น.ในการอ่านคำวินิจฉัยคดีสมาชิกภาพส.ส. และความเป็นรัฐมนตรีของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ จากกรณี ส.ส. 51 ราย เข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสถานะทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สิ้นสุดลงหรือไม่ จากกรณีเคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายอันถึงที่สุดว่าได้กระทำผิดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้าซึ่งยาเสพติด ที่แม้เป็นคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ กรณีดังกล่าวย่อมทำให้ผู้ถูกร้องเป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 98 (10) อันเป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (10) และความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (6) และมาตรา 98 (10) หรือไม่

 

 

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมว่า ไม่ว่าในผลจะออกมาเป็นบวกหรือเป็นลบ น้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำใจไว้แล้ว ถ้าเป็นบวกเดินหน้าทำงานทางการเมืองต่อ แต่ถ้าเป็นลบจะไปทำธุรกิจ ไม่ได้กังวลใดๆ รู้สึกเฉยๆ ส่วนวันที่ 5 พฤษภาคม ได้มอบทนายความเป็นผู้แทนไปฟัง คำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญแทน เนื่องจากติดประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)

 

 

“ไม่ได้เตรียมตัวอะไรเลยสักอย่าง ผลเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับดุลพินิจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา ผลจะออกมาหน้าไหนน้อมรับคำวินิจฉัย ถ้าถามรู้สึกอย่างไร ตื่นเต้นหรือไม่ตื่นเต้น ผมเฉยๆ เพราะชีวิตผ่านมาหมดแล้ว และในช่วงเป็นรัฐมนตรีก็ทำหน้าที่ให้ดีที่สุดแล้ว” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

 

 

เมื่อถามว่า ผลวินิจฉัยเป็นลบได้เตรียมอะไรไว้บ้าง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้เตรียมอะไร เพราะผลออกมาถ้าลบก็ทำใจ กลับไปทำธุรกิจ ดูแลครอบครัว ไม่เป็นปัญหา วิถีชีวิตเดิมก็มีความสุขอยู่แล้ว ไม่ได้เดือดร้อน ถ้าเป็นบวกก็ทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองต่อ เมื่อถามว่า ถึงวันนี้มีความมั่นใจว่าออกมาเป็นลบหรือบวก ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่รู้ เดายาก ขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาลรัฐธรรมนูญ

 

 

บิ๊กตู่ สั่งดีอีเอสฟันดิสเครดิตรบ.
น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจําสํานักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ห่วงใยประชาชนเกี่ยวกับการรับข้อมูลข่าวสารในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารอันเป็นเท็จ และข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในสื่อออนไลน์ ก่อให้เกิดความสับสน ตื่นตระหนก และเข้าใจผิดเกี่ยวกับกรณีต่างๆ

 

 

ดังนั้น ขอให้ประชาชนระมัดระวัง เลือกรับข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ตรวจสอบความถูกต้องก่อนส่งต่อ เพื่อช่วยลดปัญหาข่าวปลอมที่สร้างความสับสนแก่คนในสังคม ทั้งนี้ นายกฯต้องการให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องจึงกำชับให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ตรวจสอบข่าวสารอันเป็นเท็จ พร้อมแจ้งเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หากพบกรณีจงใจสร้างความสับสนแก่ประชาชน ให้ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย นอกจากนี้หน่วยงานต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง กรม ส่วนราชการต่างๆ ยังมีหน้าที่ตรวจสอบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานตนเอง และชี้แจงให้ประชาชนทราบถึงข้อมูลที่ถูกต้องด้วย

 

 

ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ยังพบหลายกรณีที่พยายามโจมตีและดิสเครดิตรัฐบาล โดยอาศัยข้อมูลเพียงบางส่วน ไม่ครบถ้วน และข้อมูลเท็จ ฉวยโอกาสโจมตีรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น ประเด็นวัคซีน การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ นายกฯขอวิงวอนกลุ่มคนที่กระทำการดังกล่าว ให้คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนจากการให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ หรือไม่ครบถ้วน ขอให้ทุกฝ่ายลดความขัดแย้ง ช่วยกันทำให้เกิดบรรยากาศของความร่วมมือร่วมใจกัน เพื่อที่สถานการณ์โควิด-19 จะได้คลี่คลายลงโดยเร็ว

 

 

ชัยวุฒิ ฮึ่มกลุ่มย้ายประเทศ
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวถึงกลุ่มเฟซบุ๊ก “ย้ายประเทศกันเถอะ” ที่กำลังเป็นกระแสในสังคมออนไลน์ขณะนี้ว่า กระทรวงดีอีเอสได้รับการร้องเรียนถึงความเคลื่อนไหวของกลุ่มดังกล่าวมาเช่นกัน ผู้ร้องเรียนระบุว่ามีเนื้อหาสร้างความแตกแยกสร้างความเกลียดชัง และยังมีการแสดงความคิดเห็นเข้าข่ายหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย

 

 

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ติดตามเบื้องต้นพบว่าเนื้อหาส่วนใหญ่เป็นไปในเชิงแนะแนวการศึกษา และแนะนำแนวทางประกอบอาชีพในต่างประเทศ จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีและหน่วยงานภาครัฐเองก็มีการให้ข้อมูล และให้การสนับสนุนผู้ที่มีความพร้อมมาโดยตลอดอยู่แล้ว ทั้งในแง่การไปศึกษาต่อในต่างประเทศ ทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงการต่างประเทศ เช่นเดียวกับการประกอบอาชีพที่มีกระทรวงแรงงาน เป็นผู้กำกับดูแล

 

 

“เท่าที่ติดตามหลายๆ โพสต์ก็เป็นเรื่องแนะแนวการศึกษา และการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ที่แฝงด้วยประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะสมาชิกกลุ่มบางคนที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศก็มีพฤติกรรมชังชาติอยู่แล้ว มีวัตถุประสงค์แอบแฝงเพื่อสร้างความแตกแยก และหมิ่นสถาบันเบื้องสูง กระทรวงดีอีเอสมีคณะทำงานเพื่อตรวจสอบและติดตามการกระทำความผิดในสังคมออนไลน์อยู่แล้ว ได้กำชับไปให้ตรวจสอบดูว่ามีเนื้อหาที่ผิดกฎหมายหรือไม่ หากพบจะดำเนินการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด” นายชัยวุฒิกล่าว

 

 

เตือนระวังข้อมูลผิดกฎหมาย
นายชัยวุฒิกล่าวต่อว่า หากเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการศึกษาหรืออาชีพในต่างประเทศ รัฐบาลคงไม่ปิดกั้น เพราะถือเป็นสิทธิเสรีภาพของบุคคลที่ได้รับการคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญ แต่ก็มีความเป็นห่วงในบางข้อความที่ไม่เหมาะสม อาทิ การแนะนำวิธีลักลอบเข้าเมือง หรือการอาศัยอยู่เกินกำหนดอย่างผิดกฎหมายหรือที่เรียกว่าโดดวีซ่า ถือเป็นเรื่องไม่เหมาะสม และอาจจะกระทบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงการพิจารณาให้วีซ่าคนไทยของประเทศปลายทางในอนาคตด้วย

 

 

ที่สำคัญยังเป็นห่วงว่ากลุ่มดังกล่าวอาจเป็นช่องทางของขบวนการมิจฉาชีพที่ใช้สังคมออนไลน์หลอกลวงให้มีการไปทำงานต่างประเทศที่ระบาดอย่างหนักในระยะหลัง โดยทราบจากสถิติของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ว่าช่วงปี 2561-2563 ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับการหลอกลวงไปทำงานต่างประเทศแล้วมากกว่า 1,500 เรื่อง ดังนั้นผู้ที่สนใจควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน ไม่หลงเชื่อขบวนการเหล่านี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง