"สบน."กางแผนรับมือ"บอนด์ยีลด์"พุ่ง

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ได้ปรับตัวสูงขึ้นประมาณ 10 bps(Basis Points)
ซึ่งเป็นผลกระทบจากกระแสข่าวการเตรียมปรับขึ้นเพดานหนี้และการออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน วงเงินไม่เกิน 500,000 ล้านบาท ประกอบกับแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ขยับตัวสูงขึ้น ซึ่งนำไปสู่การคาดการณ์ทิศทางเงินเฟ้อที่อาจเร่งตัวขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้ เมื่อประเมินแนวโน้มบอนด์ยีลด์ในระยะต่อไป สบน. มองว่าตลาดจะได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในตะวันออกกลางที่กดดันให้ราคาพลังงานและเงินเฟ้อโลกปรับเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้บอนด์ยีลด์ทั่วโลกในรุ่นระยะปานกลางถึงยาวมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ดี ระดับความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการของสงครามที่จะต้องติดตามเป็นรายวัน
โดยในส่วนของการกำหนดนโยบายการเงินทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวกำหนดต้นทุนเครื่องมือกู้เงินระยะสั้นของรัฐบาลนั้น กำลังเผชิญความท้าทายจากความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกอาจเข้าสู่ภาวะ Stagflation หรือภาวะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อพุ่งสูง
ตลาดจึงคาดการณ์ว่าธนาคารกลางส่วนใหญ่จะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับเดิมเพื่อรอดูสถานการณ์ ทำให้คาดว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลรุ่นระยะสั้นจะยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักในปัจจุบัน
ทั้งนี้ พอร์ตหนี้ของรัฐบาลไทยในปัจจุบันมีสัดส่วนหนี้ที่ใช้อัตราดอกเบี้ยคงที่สูงถึงร้อยละ 87 จึงเป็นเกราะป้องกันชั้นดีที่ทำให้รัฐบาลได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยในตลาดค่อนข้างน้อย
อย่างไรก็ตาม เพื่อรับมือกับความผันผวนและลดผลกระทบของการกู้เงินเพิ่มต่ออัตราผลตอบแทนพันธบัตร สบน. ได้เตรียมกลยุทธ์กระจายเครื่องมือการกู้เงินให้มีความหลากหลายครอบคลุมทุกมิติ เช่น พันธบัตรรัฐบาลที่จำหน่ายให้แก่สถาบัน พันธบัตรออมทรัพย์ พันธบัตรสีเขียว (Green Bond) ตั๋วเงินคลัง และสินเชื่อระยะยาว (Term Loan)
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
