เปิดภัยเงียบจากแสงแดด! รู้ทันรังสี UVA UVB UVC ก่อนผิวพังไม่รู้ตัว

เมื่อเข้าสู่ฤดูร้อน แสงแดดมักมีความรุนแรงมากเป็นพิเศษ แม้แสงแดดจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ช่วยให้ร่างกายสร้างวิตามินดี แต่หากได้รับแสงแดดเป็นเวลานานเกินไป ก็อาจส่งผลเสียต่อผิวหนังและสุขภาพได้ โดยเฉพาะ “รังสียูวี” หรือรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิว โดยรังสียูวีในแสงแดดแบ่งออกเป็น 3 ชนิด ได้แก่ UVA, UVB และ UVC ซึ่งแต่ละชนิดมีผลกระทบต่อร่างกายแตกต่างกัน
รังสี UVA เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นมากที่สุด อยู่ในช่วง 320-400 นาโนเมตร สามารถทะลุผ่านชั้นหนังกำพร้าไปถึงชั้นหนังแท้ได้ อีกทั้งยังสามารถทะลุผ่านเมฆและกระจกได้ จึงเป็นรังสีที่พบได้ตลอดทั้งปี แม้ในวันที่ไม่มีแดดจัด รังสีชนิดนี้เป็นตัวการสำคัญที่ทำลายคอลลาเจนและความชุ่มชื้นของผิว ทำให้ผิวเหี่ยวย่น เกิดริ้วรอยก่อนวัย ฝ้า กระ และยังเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง
ส่วนรังสี UVB มีความยาวคลื่นรองลงมา อยู่ในช่วง 290-320 นาโนเมตร รังสีชนิดนี้จะถูกชั้นบรรยากาศกรองไว้บางส่วน และสามารถทะลุได้เพียงชั้นหนังกำพร้า ไม่ลึกเท่ารังสี UVA อย่างไรก็ตาม รังสี UVB เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผิวหนังเกิดอาการแสบร้อน ผิวไหม้แดด หมองคล้ำ และหากได้รับสะสมเป็นเวลานาน ก็อาจนำไปสู่โรคมะเร็งผิวหนังได้เช่นกัน
สำหรับรังสี UVC เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นสั้นที่สุด อยู่ในช่วง 200-290 นาโนเมตร ปัจจุบันรังสีชนิดนี้ยังไม่สามารถส่องลงมายังพื้นผิวโลกได้มากนัก เนื่องจากมีชั้นโอโซนช่วยกรองไว้ แต่หากในอนาคตชั้นโอโซนบางลงจากภาวะโลกร้อนหรือมลพิษทางอากาศ รังสี UVC อาจทะลุลงมายังพื้นโลกได้มากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อสิ่งมีชีวิต
การป้องกันอันตรายจากรังสียูวีที่สำคัญ คือ การเลือกใช้ครีมกันแดดอย่างเหมาะสม โดยควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีค่า PA ซึ่งช่วยป้องกันรังสี UVA และค่า SPF ซึ่งช่วยป้องกันรังสี UVB อย่างไรก็ตาม ไม่มีครีมกันแดดชนิดใดที่สามารถป้องกันรังสียูวีได้ 100% วิธีที่ดีที่สุดคือการหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดจัด โดยเฉพาะในช่วงเวลา 10.00-16.00 น. รวมถึงสวมหมวก กางร่ม และเสื้อผ้าที่ช่วยปกป้องผิวควบคู่กันไป เพื่อรักษาสุขภาพผิวในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
