งานวิจัยชี้ “ฤดูร้อน” ทั่วโลก ยาวขึ้น ร้อนขึ้น และมาเร็วกว่าเดิม ทำฤดูใบไม้ผลิ-ใบไม้ร่วงสั้นลง

ผลการศึกษาฉบับใหม่ที่เผยแพร่ในวารสาร Environmental Research Letters ระบุว่า ฤดูร้อนในหลายพื้นที่ทั่วโลกกำลังยาวนานขึ้น ร้อนขึ้น และมาเร็วกว่าที่เคย โดยบางเมืองมีช่วงฤดูร้อนยาวขึ้นเกือบ 1 เดือน เมื่อเทียบกับช่วงปี 2533 สะท้อนผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ชัดเจนมากขึ้น
“เท็ด สก็อตต์” นักศึกษาปริญญาเอกด้านภูมิศาสตร์จากมหาวิทยาลัยบริติชโคลัมเบีย หนึ่งในผู้เขียนงานวิจัย เปิดเผยว่า เขาเริ่มสนใจศึกษาประเด็นนี้จากประสบการณ์ในวัยเด็กที่เมืองมินนิอาโปลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งเขารู้สึกว่า ฤดูร้อนในปัจจุบันแตกต่างจากอดีตอย่างชัดเจน และฤดูใบไม้ผลิกับฤดูใบไม้ร่วงดูเหมือนสั้นลงเรื่อย ๆ
งานวิจัยใช้วิธีนิยาม “ฤดูร้อน” จากระดับอุณหภูมิจริง แทนการอ้างอิงตามปฏิทิน โดยใช้ข้อมูลอุณหภูมิช่วงปี 2504-2533 เป็นฐานเปรียบเทียบ ก่อนนำไปวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงระหว่างปี 2533-2566
ผลการศึกษาพบว่า จำนวนวันที่มีสภาพอากาศแบบฤดูร้อน เพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิมถึง 1.5 เท่าในช่วง 30 ปีหลัง และโดยเฉลี่ย ฤดูร้อนยาวขึ้นประมาณ 6 วันในทุก ๆ 10 ปี หรือคิดเป็นราว 1 เดือนภายในอีก 50 ปีข้างหน้า
สำหรับเมืองมินนิอาโปลิส ซึ่งเป็นพื้นที่ศึกษาหลัก พบว่าฤดูร้อนในปัจจุบันยาวขึ้นมากกว่า 1 เดือนเมื่อเทียบกับอดีต จากเดิมเฉลี่ยประมาณ 80 วันในวัยเด็กของสก็อตต์ เพิ่มเป็นราว 105 วันในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมและยาวไปถึงกลางเดือนกันยายน
ขณะที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ถือเป็นเมืองที่ฤดูร้อนยาวขึ้นมากที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 15 วันต่อทศวรรษ นับตั้งแต่ปี 2533 ทำให้ปัจจุบันซิดนีย์มีฤดูร้อนยาวนานถึงประมาณ 130 วันต่อปี หรือมากกว่า 1 ใน 3 ของทั้งปี
นักวิจัยระบุว่า ฤดูที่กำลังหดสั้นลงไม่ใช่ฤดูหนาว แต่คือ “ฤดูรอยต่อ” อย่างฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง เนื่องจากอุณหภูมิเปลี่ยนจากหนาวไปสู่ร้อนเร็วขึ้น ทำให้ช่วงเวลาปรับตัวของระบบนิเวศและมนุษย์ลดลง
นอกจากนี้ งานวิจัยยังพบว่า “ความร้อนสะสม” ซึ่งวัดทั้งความรุนแรงและระยะเวลาของอากาศร้อน เพิ่มขึ้นอย่างมาก และอัตราการเพิ่มขึ้นเร็วกว่าเดิมถึง 3 เท่านับตั้งแต่ทศวรรษ 2533
ผู้วิจัยเตือนว่า แม้หลายคนอาจมองว่าฤดูร้อนที่ยาวขึ้นเป็นเรื่องดี แต่ผลกระทบที่ตามมาคือ ฤดูไฟป่าที่ยาวนานขึ้น ภัยแล้ง ความต้องการใช้พลังงานเพื่อทำความเย็นที่สูงขึ้น รวมถึงผลกระทบต่อภาคเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร เนื่องจากช่วงเวลาการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวเริ่มเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
ทั้งนี้ นักวิจัยชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวสะท้อนว่า นิยามฤดูกาลแบบเดิมอาจไม่สามารถอธิบายสภาพภูมิอากาศในโลกยุคปัจจุบันได้อีกต่อไป และหลายภาคส่วนจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับผลกระทบจากฤดูร้อนที่ทั้ง “ยาวขึ้นและรุนแรงขึ้น” ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
