"ร้านอาหาร" ยกแผงขึ้นราคา 20% เซ่นพิษสงครามดันต้นทุนพุ่ง

วิกฤตในตะวันออกกลาง ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่อง กับธุรกิจร้านอาหารและเครื่องดื่ม ในปี 2569 ทำให้ต้องเผชิญกับความท้าทายในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการได้เริ่มทยอยปรับขึ้นราคาอาหารและเครื่องดื่ม ตามต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า ราคาพลังงานที่เร่งตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว ส่งผ่านมายังต้นทุนวัตถุดิบ และทยอยปรับตัวขึ้น เช่น ข้าวสาร อาหารสด ผักและผลไม้ รวมถึงบรรจุภัณฑ์ และส่งผลให้ร้านอาหารและเครื่องดื่มทยอยปรับขึ้นราคาอาหาร ซึ่งเมื่อเทียบกับก่อนเกิดเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง พบว่า ราคาอาหารปรับขึ้นไปแล้วเฉลี่ยร้อยละ 10-20
อีกข้อมูลที่สะท้อนไปในทิศทางเดียวกัน ของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) พบว่า เดือนเมษายน 2569 ราคาอาหารจานเดียวทั่วประเทศ ทยอยขึ้นจานละ 5-10 บาท โดยเฉพาะ 7 เมนูหลัก เช่น ข้าวผัด, ผัดซีอิ๊ว/ราดหน้า, ข้าวราดผัดกะเพรา, ข้าวมันไก่, ส้มตำ
โดยอาหารจานเดียวในช่วงราคา 30-40 บาทต่อจาน ปรับขึ้นใน 72 จังหวัด หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 20.64 ส่วนช่วงราคา 41-50 บาทต่อจาน ปรับขึ้นใน 56 จังหวัด หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 13.36 และช่วงราคาจานละ 51-60 บาท ปรับขึ้นราคาใน 8 จังหวัด หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 16.12
ซึ่ง ภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่พบว่าปรับขึ้นราคาอาหารจานเดียวสูงสุด โดยช่วงราคาจานละ 30-40 บาท ปรับขึ้นไปสูงสุดที่ร้อยละ 25
สนค.ระบุว่า ปัจจัยหลักมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ผักสดเสียหายและออกสู่ตลาดลดลง ขณะเดียวกัน ค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันด้านต้นทุน ทำให้ผู้ประกอบการที่ไม่สามารถแบกรับภาระต้นทุนจำเป็นต้องปรับราคาหน้าร้านเพื่อรักษาสภาพธุรกิจให้อยู่รอด
สำหรับภาพรวมของตลาดร้านอาหารและเครื่องดื่มปี 2569 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มูลค่าตลาดจะขยายตัวเพียงร้อยละ 2.5 ซึ่งชะลอตัวจากปีก่อน ที่เติบโตร้อยละ 4.5 โดยการเติบโตที่เกิดขึ้นจะมาจากด้านราคาที่ปรับขึ้นตามต้นทุนเป็นหลัก ขณะที่ ส่วนต่างกำไรของร้านอาหารถูกบีบตัว แม้มูลค่าตลาดจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
นอกจากนี้ แม้ผู้ประกอบการจะปรับขึ้นราคาอาหาร แต่รายได้กลับมีแนวโน้มลดลง จากกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแรง ซึ่งแต่เดิมก็เปราะบางอยู่แล้ว
โดยมี 3 กลุ่มร้านอาหารที่มีความเปราะบาง ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ได้แก่
กลุ่มร้านบุฟเฟต์ เป็นกลุ่มที่มีอัตรากำไรต่ำ แต่ต้องเผชิญกับการแข่งขันสูง และมีแรงกดดันจากต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น
กลุ่มร้านอาหารพรีเมียม ได้รับแรงกดดันจากการที่ผู้บริโภคลดความถี่ในการใช้บริการ และต้องเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบโดยเฉพาะวัตถุดิบกลุ่มนำเข้าที่ปรับสูงขึ้น
และกลุ่มร้านอาหารที่พึ่งพารายได้หลักจาก บริการเดลิเวอรี ในสัดส่วนสูง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำไรเฉลี่ยต่ำ แต่ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เร่งตัวขึ้น รวมถึงค่า GP ที่สูง และความเสี่ยงจากราคาและการจัดหาบรรจุภัณฑ์
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
