CIB เปิดปฏิบัติการ Broken Ivory ทลายขบวนการค้างาช้างข้ามชาติ

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เปิดปฏิบัติการ “Broken Ivory คชาฆาตปิดปลายงา” เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายลักลอบค้างาช้างแอฟริกาข้ามชาติ หลังสืบสวนต่อเนื่องนานกว่า 7 เดือน ก่อนเข้าตรวจค้นพร้อมกัน 11 จุด ใน 7 จังหวัดทั่วประเทศ
ปฏิบัติการดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในจังหวัดสมุทรสาคร อุทัยธานี กำแพงเพชร ชุมพร สงขลา ชลบุรี และจันทบุรี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 9 ราย ซึ่งทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 9.9 ล้านบาท พร้อมตรวจสอบพบเส้นทางการเงินหมุนเวียนในเครือข่ายมากกว่า 10 ล้านบาท ภายในระยะเวลาเพียง 10 เดือน
ของกลางสำคัญที่ตรวจยึดได้มีทั้งงาช้างดิบและผลิตภัณฑ์แปรรูป รวมน้ำหนักกว่า 250 กิโลกรัม ประกอบด้วย งาช้างแบบท่อนประมาณ 140 กิโลกรัม งาช้างหั่นชิ้นอีก 40 กิโลกรัม รวมถึงเครื่องรางและเครื่องประดับจากงาช้าง เช่น สร้อยลูกประคำ สร้อยพระ ลูกประคต กำไล หัวเข็มขัด และงาช้างอัดเรซิ่น
นอกจากนี้ยังพบอุปกรณ์แปรรูปจำนวนมาก ทั้งมีดด้ามงาช้างและเขากวางกว่า 160 ด้าม รวมถึงเครื่องจักรตัดและเจียร์อีก 20 เครื่อง รวมถึงซากสัตว์ป่าชนิดอื่น เช่น ซากเต่ากระ 1 ตัว และชิ้นส่วนหางกระเบน
จุดเริ่มต้นของคดีมาจากการสืบสวนของ กก.5 บก.ปทส. หลังพบความเคลื่อนไหวผิดปกติในกลุ่มเฟซบุ๊กชื่อ “เขี้ยวงา เครื่องรางจากสัตว์” ที่มีการประกาศซื้อขายงาช้างอย่างเปิดเผย เจ้าหน้าที่จึงแฝงตัวติดต่อซื้อขายและส่งชิ้นส่วนไปตรวจพิสูจน์ ก่อนพบว่าเป็นงาช้างสายพันธุ์แอฟริกาทั้งหมด
ผลการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวลักลอบนำเข้างาช้างจากทวีปแอฟริกาเข้าสู่ประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย ก่อนกระจายต่อไปยังร้านจำหน่ายเครื่องราง ตัวแทนจำหน่าย และกลุ่มนักสะสมในหลายจังหวัดทั่วประเทศ
ภายหลังรวบรวมพยานหลักฐานอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญา และเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นพร้อมกันในหลายพื้นที่
ผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ถูกแจ้งข้อหาตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 ฐานครอบครองซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงข้อหาค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครองหรือผลิตภัณฑ์จากซากสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ด้าน พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตำรวจ ระบุว่า ประเทศไทยในฐานะภาคีอนุสัญญาไซเตส หรือ CITES จำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่า เนื่องจากไทยยังถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีการลักลอบนำเข้างาช้างในระดับสูงของโลก
ข้อมูลปัจจุบันพบว่า มีช้างถูกล่าเพื่อนำงาออกสู่ตลาดมืดมากกว่า 20,000 ตัวต่อปี โดยความต้องการงาช้างสำหรับทำวัตถุมงคล เครื่องประดับ และของสะสม ยังคงเป็นแรงจูงใจสำคัญของขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ซึ่งหากสถานการณ์ยังดำเนินต่อไป อาจส่งผลให้ช้างป่าแอฟริกาเข้าสู่ภาวะเสี่ยงสูญพันธุ์ภายใน 30 ปีข้างหน้า
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
