รีเซต

NASA-NOAA แจ้งเตือนเปลวสุริยะแผ่รังสีรุนแรงระดับ X4.2 กระทบการสื่อสารบนโลกหลายพื้นที่

NASA-NOAA แจ้งเตือนเปลวสุริยะแผ่รังสีรุนแรงระดับ X4.2 กระทบการสื่อสารบนโลกหลายพื้นที่
TNN ช่อง16
6 กุมภาพันธ์ 2569 ( 19:35 )

เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา องค์การนาซา (NASA) และองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA) ได้รายงานเหตุการณ์ดวงอาทิตย์แผ่รังสีรุนแรง หรือ Solar Flare ระดับ X4.2 ซึ่งถือเป็นการปะทุในระดับความรุนแรงสูงสุด (X-Class) ที่สามารถส่งผลกระทบต่อระบบเทคโนโลยีการสื่อสารบนโลกได้ทันที

NASA เผยภาพนาทีดวงอาทิตย์ปล่อยเปลวสุริยะ

กล้องจากดาวเทียมสำรวจชั้นบรรยากาศดวงอาทิตย์ (SDO) ของ NASA บันทึกภาพเหตุการณ์ในช่วงคลื่นอัลตราไวโอเลตความเข้มข้นสูง เผยให้เห็นนาทีที่พื้นผิวดวงอาทิตย์เกิดการระเบิดของพลังงานแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างรุนแรง เมื่อเวลา 12:13 น. ตามเวลาสากล (UTC) โดยรังสีระดับ X-Class นี้ถือเป็นระดับที่มีความเข้มข้นสูงสุดในระดับมาตรวัดการปะทุของดวงอาทิตย์

นอกจากนี้ ข้อมูลจาก NASA ยังระบุว่า ถึงแม้ปรากฏการณ์นี้จะทิ้งรังสีและอนุภาคไว้ในอวกาศ แต่ รังสีจากการปะทุโดยตรงไม่สามารถทะลุชั้นบรรยากาศมายังมนุษย์บนพื้นโลกได้ แต่ผลกระทบต่อระบบสื่อสารและดาวเทียมยังคงมีอยู่ดังนั้นไม่ต้องกังวลเรื่องการได้รับรังสีภายนอก และไม่ต้องทาครีมกันแดดพิเศษหรือหลบในบ้าน 

NOAA ยืนยันต้นตอจากจุดมืด "AR4366"

ภาพจาก องค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NOAA)

ทางด้านศูนย์พยากรณ์สภาพอวกาศ (SWPC) ของ NOAA ได้ระบุข้อมูลเชิงลึกว่า การปะทุครั้งนี้มีจุดกำเนิดมาจากกลุ่มจุดมืดที่มีความปั่นป่วนสูง หรือ Active Region 4366 (AR4366) ซึ่งเป็นบริเวณบนดวงอาทิตย์ที่มีความเข้มข้นของสนามแม่เหล็กผิดปกติและมีการปลดปล่อยรังสีออกมาอย่างรวดเร็ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบเทคโนโลยีบนโลก

แม้จะเรียกว่าจุดมืด แต่ความจริงแล้วอุณหภูมิของจุดมืดยังสูงมากระดับหลายพันองศาเซลเซียส เพียงแค่เย็นกว่าพื้นที่รอบ ๆ เท่านั้น และยิ่งจุดมืดมีขนาดใหญ่หรือมีโครงสร้างสนามแม่เหล็กปั่นป่วนมากเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสเกิดการปะทุพลังงานสูงขึ้นตามไปด้วย

การคาดการณ์และลักษณะการปะทุ

ทาง NOAA ได้วิเคราะห์รูปแบบการปะทุครั้งนี้ว่าเป็นการปะทุแบบฉับพลัน (Impulsive Flare) ซึ่งหมายถึงระดับความเข้มข้นของรังสีจะพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างรวดเร็วและจะค่อย ๆ ลดระดับลงภายในระยะเวลาไม่กี่นาทีไปจนถึงไม่กี่ชั่วโมง แม้การปะทุระดับ X-Class จะไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่ถือเป็นปรากฏการณ์ที่คาดการณ์ได้ในช่วงที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่ช่วงกิจกรรมสูงสุด (Solar Maximum)

เตือนภัยวิทยุขัดข้องระดับ R3

ในแง่ของผลกระทบ NOAA ได้จัดอันดับความรุนแรงของสัญญานวิทยุขัดข้อง (Radio Blackout) ไว้ที่ระดับ R3 หรือระดับรุนแรง (Strong) ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบการสื่อสารดังนี้ 

  • สัญญาณวิทยุขัดข้อง: ระบบวิทยุคลื่นความถี่สูง (HF) อาจด้อยคุณภาพหรือขาดหายไปชั่วคราวเป็นเวลาหลายนาทีจนถึง 2 ชั่วโมง

  • พื้นที่ได้รับผลกระทบ: บริเวณฝั่งกลางวันของโลกที่ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรงในขณะเกิดเหตุ โดยเฉพาะแถบแอฟริกา ยุโรป และมหาสมุทรแอตแลนติก

  • สถานะพายุอนุภาค: จากการสังเกตการณ์ล่าสุดของ NOAA พบว่าไม่ปรากฏสัญญาณการปลดปล่อยมวลโคโรนา (CME) หรือพายุอนุภาคกลุ่มก๊าซร้อนที่พุ่งตรงมายังโลกจากการปะทุในรอบนี้

เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นสัญญาณยืนยันว่าดวงอาทิตย์กำลังเข้าสู่ช่วงที่ดวงอาทิตย์เข้าสู่ช่วงกิจกรรมสูงสุด (Solar Maximum) ของวัฏจักรที่ 25 อย่างเต็มตัว ซึ่งหลังจากนี้เราอาจได้เห็นปรากฏการณ์พายุสุริยะเกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้น โดยหน่วยงานด้านอวกาศทั่วโลกกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีบนโลกต่อไป

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง