รีเซต

กระสุนสอยโดรนจากอเมริกา เปลี่ยนปืน AR ในกองทัพให้สอยโดรนจากฟ้าได้ทันที

กระสุนสอยโดรนจากอเมริกา เปลี่ยนปืน AR ในกองทัพให้สอยโดรนจากฟ้าได้ทันที
TNN ช่อง16
27 เมษายน 2569 ( 14:43 )
1

โดรน ราวนด์ (Drone Round) สตาร์ตอัปผู้ผลิตกระสุนอาวุธปืนสัญชาติอเมริกัน เปิดตัวกระสุนปืนต่อต้านระบบอากาศยานไร้คนขับ (C-UAS) ที่ชูจุดเด่นในการใช้งานร่วมกับปืนไรเฟิลจู่โจม (Assault Rifle) ตามมาตรฐานเนโท (NATO) ได้ตามปกติ ลดภาระการทำงานและเพิ่มโอกาสทำลายโดรนในต้นทุนที่น้อยลงเมื่อเทียบกับระบบต่อต้านโดยทั่วไป

ข้อมูลกระสุนต้านโดรนจากอเมริกา

ปัจจุบันกระสุน Drone Round มี 2 ขนาด ได้แก่ ขนาด 5.56 x 45 มม. และ 7.62 x 51 มม. ตามมาตรฐาน NATO ทำให้ได้อัตราการยิงตามมาตรฐานปืนไรเฟิลจู่โจมที่ประมาณ 950 นัดต่อนาที (rounds per minute, RPM) หรือการยิงเป็นชุด (Burst fire) ที่ 90 นัดต่อนาที

ภายในกระสุน Drone Round จะมีหัวกระสุนขนาดเล็กอีก 5 - 8 ลูก ที่กางออกได้ ซึ่งมีหลักการคล้ายกับหัวกระสุนแบบลูกปรายในกระสุนปืนลูกซองที่มีหัวกระสุนขนาดเล็กรวมกันภายใน ทำให้เกิดการกระจายกลุ่มกระสุนซึ่งเพิ่มโอกาสเข้าเป้าหมายและหยุดยั้งภัยคุกคามได้

ขีดความสามารถกระสุนต้านโดรนจากอเมริกา

จากคลิปวิดีโอการทดสอบต่อต้านโดรนที่ควบคุมโดยมนุษย์ในมุมมองที่ 1 หรือ FPV Drone ที่บินด้วยความเร็ว 75 ไมล์ต่อชั่วโมง หรือประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ด้วยกระสุน Drone round พบว่า ตัวกระสุนสามารถทำลายโดรนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งระยะการยิงหวังผลของกระสุน จะอยู่ระหว่าง 50-100 เมตร ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อยของกระสุน

นอกจาก FPV Drone แล้ว ทางบริษัทระบุอีกว่า กระสุนของบริษัทยังรองรับการใช้งานต่อต้านระบบโดรนหลายรูปแบบ ทั้งโดรนลาดตระเวนทั่วไป ไปจนถึงโดรนโจมตี โดรนความเร็วสูง และโดรนที่ควบคุมด้วยสายไฟเบอร์ออปติก (fiber optic drone) ด้วย

เป้าหมายการพัฒนากระสุนต้านโดรนจากอเมริกา

กระสุนของ Drone round ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาการใช้ปืนลูกซองต่อต้านโดรน ที่แม้จะมีความแม่นยำและอานุภาพยับยั้งที่ดี แต่ก็มีข้อจำกัดที่อัตราการยิงต่ำเกินไปหากต้องเจอกับฝูงโดรน อีกทั้งปืนลูกซองไม่ใช่อาวุธมาตรฐานของเจ้าหน้าที่ทั้งในหน่วยรบพิเศษและกองทัพ ต่างจากปืนไรเฟิลจู่โจมที่เป็นอาวุธมาตรฐานและมีอัตราการยิงที่สูง

ปัจจุบันกองทัพบกของสหรัฐฯ ได้นำกระสุน Drone Round ไปทดสอบการใช้งานในระดับหมู่ปืนเล็ก หรือหน่วยเล็กที่สุดในลำดับการบังคับบัญชาของกองทัพแล้ว และคาดว่าจะกลายเป็นยุทธภัณฑ์มาตรฐาน ที่จะมาเพิ่มศักยภาพให้กับกองทัพบกสหรัฐฯ ในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง