“เทพไท”คันปากอยากพูด พรรคการเมืองบางพรรคยิงเลเซอร์ เหตุการณ์ชุมนุมปี'53 ยันรอหมดโควิดก่อน

“เทพไท”คันปากอยากพูด พรรคการเมืองบางพรรคยิงเลเซอร์ เหตุการณ์ชุมนุมปี'53 ยันรอหมดโควิดก่อน
มติชน
14 พฤษภาคม 2563 ( 09:55 )
51
“เทพไท”คันปากอยากพูด พรรคการเมืองบางพรรคยิงเลเซอร์ เหตุการณ์ชุมนุมปี'53 ยันรอหมดโควิดก่อน

 

เมื่อวันที่ 14 พ.ค.นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ว่า เห็นความเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองและพรรคการเมืองบางพรรค ยิงเลเซอร์ ข้อความเกี่ยวกับเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาแล้ว รู้สึกคันปาก

 

อยากพูดประเด็นการเมือง เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงเกิดขึ้นเมื่อปี 2553 ซึ่งในขณะนั้นตนเป็นโฆษกประจำตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และอยู่ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ระหว่างรัฐบาลกับกลุ่มคนเสื้อแดง และได้ทำงานอยู่ใน ศอฉ.ที่กรมทหารราบที่ 11 นานนับเดือน จึงได้รับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ มากมาย

 

แต่เมื่อได้ประกาศ และบอกกล่าวกับสังคมไปแล้วว่า ตนจะไม่แสดงความเห็นทางการเมืองใด ๆ จนกว่าสถานการณ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 จะหมดไป จึงได้ให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการทำงานเพื่อเอาชนะเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อให้ประเทศก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้

 

นายเทพไท กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์เชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้คลี่คลายไปในแนวทางที่ดี จนไม่มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเลย ยังคงเหลือแต่มาตรการเยียวยาจ่ายเงินให้ผู้ได้รับผลกระทบคนละ 5,000 บาทต่อเดือน และเยียวยาให้กับเกษตรกรครัวเรือนละ 15,000 บาท ก็มีความคืบหน้าตามลำดับ แต่ยังมีพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง ที่มาขอคำปรึกษาและร้องทุกข์ต่อกระทรวงการคลัง ที่กรมประชาสัมพันธ์มากพอสมควร

 

ส่วนพี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด ที่มีปัญหาการลงทะเบียนในระบบออนไลน์ ก็สามารถไปขอคำปรึกษาและร้องทุกข์ได้แล้ว ที่ศูนย์ดำรงธรรมซึ่งตั้งอยู่ที่ศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด ตนต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ได้รับฟังความเห็น และทำตามข้อเสนอแนะ ของตน ในการเรียกร้องเพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนในต่างจังหวัด สามารถขอคำปรึกษาและร้องทุกข์เท่าเทียมกับพี่น้องในเขตกรุงเทพฯ

 

จึงอยากให้พี่น้องในต่างจังหวัดที่มีปัญหาในการลงทะเบียนออนไลน์ รีบเดินทางไปรับคำปรึกษาและร้องทุกข์ให้เร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่เสียสิทธิ์ในการรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล แม้ว่าหลังจากครบกำหนดการลงทะเบียนและพิสูจน์สิทธิ์แล้วก็ตาม ตนก็ยังคงทำหน้าที่ติดตามการแก้ปัญหาการเยียวยาของรัฐบาลต่อไป

 

ตราบใดที่พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึง และเป็นธรรม ตนก็พร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชนเหมือนเดิม

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง