เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี หลากอารมณ์หลายความรู้สึก

เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี  หลากอารมณ์หลายความรู้สึก
มติชน
30 มกราคม 2564 ( 14:14 )
29
เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี  หลากอารมณ์หลายความรู้สึก

ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม 2564 ในขณะที่การแพร่ระบาดของโควิดยังมีตัวเลขรายวันผู้ติดเชื้อหลายร้อยราย แต่กิจกรรมต่างๆ ก็สามารถดำเนินต่อไปได้ ท่ามกลางมาตรการป้องกันอย่างเข้มงวด

 

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กิจกรรมทดสอบขับ มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี หรือ ปลั๊กอินไฮบริด ใหม่ ทยอยเชิญสื่อมวลชน แยกย่อยเป็นกลุ่มเล็กทีละวัน แต่รวมแล้วทั้งหมดประมาณ 100 คน ร่วมทดสอบแบบวันเดย์ทริป หรือไปเช้าเย็นกลับ รอบกรุงเทพฯ

 

มร.โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และเป็นอดีตผู้บริหารระดับสูงของค่ายอีซูซุในประเทศไทย ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้บริหารที่มิตซูบิชิในปัจจุบัน กล่าวถึงรถยนต์รุ่นล่าสุดนี้ว่า เป็นการก้าวสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ผมมั่นใจว่ารถเอสยูวี พีเอชอีวี รุ่นนี้ จะเป็นรถยนต์สมบูรณ์แบบ หรูหราและสะดวกสบายบนทุกสภาพถนน ทรงพลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร กำลังสูงสุด 305 แรงม้า พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซุปเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ลิขสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส แตกต่างจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั่วไป

 

 

เริ่มต้นกิจกรรมช่วงเช้าที่บริเวณริมทะเลสาบ อิมแพค จัดกิจกรรมการปรุงอาหารมื้อเช้าในเต็นท์กลางแจ้ง ใช้กระแสไฟฟ้าจากตัวรถมาใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ ที่มีขนาดไม่เกิน 1,500 วัตต์ โดยเสียบปลั๊กเข้ากับช่องจ่ายกระแสไฟฟ้าภายในตัวรถ มีการทอดไข่ ปิ้งขนมปัง ทอดเบคอน เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไฟจากรถใช้ทำอาหารได้จริง

 

จากนั้นเริ่มทดสอบในโหมดอีวี ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ไม่ใช้น้ำมัน ปราศจากมลพิษ

 

ด้วยบอดี้ค่อนข้างใหญ่ ทำให้ห้องโดยสารออกแบบได้กว้าง นั่งสบาย เบาะหนังดีไซน์ใหม่แบบลายเพชร ไดมอนด์ ควิลติ้ง คัท สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนผ่านระบบไอโอเอสและแอนดรอยด์

 

ช่วงทดสอบย่านชานเมือง เส้นทางถนนวงแหวนรอบนอก มีโอกาสทดสอบขับ โหมดซีรีส์ ไฮบริด และโหมดพาราเรล ไฮบริด โดยโหมดซีรีส์ ไฮบริด ขับเคลื่อนหลักด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า โดยมีเครื่องยนต์ทำหน้าที่ผลิตกระแสไฟฟ้าให้แก่มอเตอร์ไฟฟ้าคู่

 

และโหมดพาราเรล ไฮบริด เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าทำหน้าที่ขับเคลื่อนตัวรถไปพร้อมกัน การขับขี่ทั้ง 3 รูปแบบ จะถูกสลับปรับเปลี่ยนโหมดแบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเบรกรีเจนเนอร์เรทีฟ สามารถจ่ายพลังงานคืน เพื่อการชาร์จกระแสไฟฟ้าให้แก่แบตเตอรี่ รวมทั้งชาร์จโหมด สามารถชาร์จกระแสไฟฟ้ากลับไปยังแบตเตอรี่ได้จนเกือบเต็มในขณะขับขี่ เพื่อเป็นช่องทางในการเติมพลังงานคืนให้กับรถได้อีกทางหนึ่ง

 

ส่วนเทคโนโลยีระบบความปลอดภัย มีระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (FCM) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (BSW) พร้อมระบบสัญญาณเตือนขณะเปลี่ยนเลน (LCA) และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (ACC) ไม่ใช่แค่รักษาระดับความเร็วให้คงที่เท่านั้น แต่ยังตรวจจับรถคันหน้า พร้อมควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่าง เพื่อความปลอดภัยจนกว่ารถจะหยุด

 

 

ช่วงบ่ายขับแบบฟรีรัน ได้สัมผัสอีกอารมณ์ของ เอาท์แลนเดอร์ ใหม่ เมื่อปรับโหมดการขับแบบสปอร์ต และใช้การควบคุมระบบส่งกำลังผ่านแป้นเกียร์ด้านหลังพวงมาลัย เมื่อเข้าโหมด บี5 ทำให้คล้ายกับวิญญาณของ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น รถเก๋งสปอร์ตแนวดุของมิตซูบิชิ แบบหลังติดเบาะเข้ามาแทนที่อารมณ์เอสยูวีทันที

 

เมื่อกลับมาถึงสนามทดสอบ อิมแพค ริมทะเลสาบ ตรวจสอบอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง แม้จะไม่ใช่ตัวเลข 52.6 กม.ต่อลิตร หรือ 1.9 ลิตรต่อ 100 กม. ตามมาตรฐาน NEDC ตามที่ทางมิตซูบิชิให้ข้อมูลมา เพราะเป็นการขับทดสอบแบบหลากหลายรูปแบบ

 

แต่ก็ถือว่าทำได้ดี คงเป็นเพราะระบบไฮบริด จากพลังงานไฟฟ้ามาช่วยสลับการใช้งานกับระบบน้ำมัน โดยเฉพาะระบบการรีชาร์จกลับในแบตเตอรี่ ทำให้มีตัวช่วยหลายทาง ส่วนอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระดับที่ 43 กรัม/กม.

 

ช่วงท้ายทดสอบระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ซุปเปอร์-ออลวิลล์คอนโทรล (S-AWC) ประกอบด้วย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-Lock Braking-ABS) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Active Stability Control-ASC) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและการเบรกระหว่างล้อซ้ายและล้อขวา (Active-Yaw Control-AYC) ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ติดตั้งที่เพลาหน้า-หลัง ควบคุมแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ พร้อมเสถียรภาพ ช่วยเพิ่มสมรรถนะและการควบคุมโดยเฉพาะในการเข้าโค้ง

 

มิตซูบิชิ เอาท์แลนเดอร์ พีเอชอีวี ใหม่ มีให้เลือก 3 สี สีขาว White Diamond, สีเงิน Sterling Silver และสีดำ Jet Black Mica

 

รุ่นเริ่มต้น จีที ราคา 1,640,000 บาท และรุ่น จีที พรีเมียม 1,749,000 บาท

 

 

โดยรวมถือว่าเป็นรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้หลากอารมณ์สมเจตนาของมิตซูบิชิ ทั้ง 3 ด้านคือ ลุยได้แบบ มิตซูบิชิ ปาเจโร ซิ่งแบบหลังติดเบาะแบบ แลนเซอร์ อีโวลูชั่น และทันสมัยไฟฟ้าได้แบบมิตซูบิชิ มีฟ แถมยังมีความเป็นรถอเนกประสงค์ในแบบฉบับของเอาท์แลนเดอร์ ก็เลยมาลงตัวในรุ่นนี้ เป็นรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่านจากระบบน้ำมันไปสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้า ที่ทางมิตซูบิชิจะนำมาใช้มัดใจลูกค้า

นายพล

ข่าวที่เกี่ยวข้อง