เงื่อนงำ! ปมฆ่าพระนักพัฒนาส่อวุ่น-ญาติแฉถูกยิงปืนขู่ไล่ 2 ครั้ง

เงื่อนงำ! ปมฆ่าพระนักพัฒนาส่อวุ่น-ญาติแฉถูกยิงปืนขู่ไล่ 2 ครั้ง
TNN ช่อง16
7 เมษายน 2563 ( 16:08 )
35
เงื่อนงำ! ปมฆ่าพระนักพัฒนาส่อวุ่น-ญาติแฉถูกยิงปืนขู่ไล่ 2 ครั้ง

วันที่ 7 เมษายน 2563 ความคืบหน้ากรณีมีเหตุยิงกันเสียชีวิต ที่บนถนนสายเลียบเขาเพ-ลา ทางเข้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา หมู่ที่ 9 ตำบลสมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ฯ เมื่อเวลาประมาณ 01:30 น.วันที่ 7 เม.ย.63 ทำให้มีผู้เสียชีวิตสองรายทราบชื่อ พระชลธาร ถาวโร อายุ 49 ปี หัวหน้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา ที่นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตริมถนน มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองเข้าที่ลำตัวด้านซ้าย 1 นัด ,ศีรษะ 1 นัด ใกล้กันพบอาวุธปืนตกอยู่ 1 กระบอก  และนายชูรัตน์ คงคล้าย อายุ 47 ปี บ้านเลขที่ 122/11 ม.18 ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร บริเวณท้ายรถกระบะมิตซูบิชิ สีขาว ป้ายทะเบียน บง 877 สุราษฎร์ธานี สภาพดัดแปลงรถลากไม้ บริเวณกระบะท้ายรถ พบ นอนหงาย ถูกยิงด้วยอาวุธปืนชนิดเดียวกัน ที่ศีรษะ 1 นัด พบมีดพกตกอยู่ข้างตัว 1เล่ม ส่วนที่เกิดเหตุพบนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่พร้อมอาวุธปืนลูกซองที่ใช้ก่อเหตุ 

       

ล่าสุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา นายวิสูตร อินทรกำเนิด นายอำเภอท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.ฮาซัน ไทรทอง สารวัตรสอบสวน สภ.ท่าชนะ, พ.ต.อ.ฐิติวัชร์ สุฐิติวนิช ผกก.สภ.ท่าชนะ และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง เข้าพื้นที่บริเวณถนนสายเลียบเขาเพ-ลา ทางเข้าสำนักสงฆ์เขาเพ-ลา หมู่ที่ 9 ต.สมอทอง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ฯ อีกครั้ง เพื่อสอบสวนและติดตามคดีผู้ใหญ่บ้านยิงพระและชาวบ้านเสียชีวิตขณะควบคุมตัวพระและชาวบ้านในข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งเคอร์ฟิว ที่เกิดเหตุพบเพียงรอยเลือดและของกลางที่ใช้ในจับผึ้ง ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้นำส่ง รพ.ท่าชนะ ชันสูตรเพิ่มเติม 

ส่วนนายมานพ โกปิน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ก่อเหตุถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าชนะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทางด้านนายวิรัตน์ ขวัญใจ อายุ53 ปี พี่ชายพระชลธาร เปิดเผยว่า พระชลธาร บวช มากว่า 10 พรรษา เป็นพระนักพัฒนา คอยช่วยเหลือชาวบ้านมาโดยตลอด และไม่เคยทราบว่าพระชลธาร มีอาวุธปืน อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้พระชลธาร เคยเล่าให้ฟังว่า เคยมีคนมายิงปืนข่มขู่ เพื่อไล่ออกนอกพื้นที่ดังกล่าวมาแล้ว 2 ครั้ง แต่พระชลธาร ไม่ยอมออกมาเนื่องจากเป็นห่วงงานที่ทำร่วมกับชาวบ้านค้างคาอยู่หลายเรื่อง ทั้งนี้ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น เพราะหากเป็นเรื่องขัดขืน พรก.ฉุกเฉิน หรือ จับผึ้ง ยอมมอบตัวแล้ว ก็ควรส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่ใช่ตัดสินเอาผิดถึงชีวิตเช่นนี้

ด้านนางรัชรินทร์ คงคล้าย อายุ 48 ปี พี่สาวนายชูรัตน์ ผู้ตาย กล่าวว่า น้องชายมีอาชีพทำสวนยาง ก่อนเกิดเหตุเย็นวันที่ 6 เม.ย. ที่ผ่านมา มีเพื่อนไปชวนผู้ตายไปจับผึ้ง แต่ไม่รู้ว่าไปจับที่ไหน โดยปกติน้องชายพกอาวุธมีดเป็นธรรมดาอยู่แล้วเวลาเข้าสวนหรือเข้าป่า ทั้งนี้เชื่อว่าส่วนตัวนายชูรัตน์ น้องชายไม่รู้จักผู้ใหญ่บ้านที่ก่อเหตุแน่นอน เพราะอยู่คนละพื้นที่กัน ทั้งนี้เพิ่งทราบข่าวเมื่อเช้าว่าน้องชายถูกยิงตาย รู้สึกตกใจและเสียใจมาก แม้คนตายจะกระทำผิด ก็สมควรดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำไมต้องยิงกันถึงตาย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง