รีเซต

วิกฤตสองเด้งบีบชาวนา! ปุ๋ยพุ่ง น้ำมันแพง ปัญหา "ทิ้งนา" อาจไม่ไกลเกินจริง

วิกฤตสองเด้งบีบชาวนา! ปุ๋ยพุ่ง น้ำมันแพง ปัญหา "ทิ้งนา" อาจไม่ไกลเกินจริง
TNN ช่อง16
23 มีนาคม 2569 ( 11:55 )
21

ภาคเกษตรกรรมไทยกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เมื่อปัจจัยการผลิตหลักสองอย่าง ปุ๋ยแพง และ น้ำมันขาดและแพง ทำให้รายได้จากการขายข้าวหลายพื้นที่กลายเป็น “ติดลบ” ก่อนที่ชาวนาไทยจะเริ่มหว่านเมล็ด 

นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อการเดินทาง การขนส่งสินค้า และต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรม ผู้ผลิตและเกษตรกรเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากการขนส่งวัตถุดิบและผลผลิตต้องพึ่งพาน้ำมันดีเซล การปรับราคาสินค้าเพื่อตามต้นทุนน้ำมันทำได้ยาก ตลาดแข่งขันสูง ทำให้กำไรแทบหดหาย

ดีเซลไม่พอ ชาวนาสะดุด สูบน้ำไม่ได้ เสี่ยงผลผลิตเสียหาย

น้ำมัน คือเส้นเลือดใหญ่ของชาวนาในการทำนาปรังและนาปี เพราะเครื่องจักรกลการเกษตรตั้งแต่ขั้นตอนแรก นั่นก็คือ รถไถไปจนถึงเครื่องสูบน้ำ รถเกี่ยวข้าวล้วนพึ่งล้วนแต่ตั้งพึ่งพาน้ำมันดีเซล ซึ่งจากกระแสตอนนี้ทำให้ชาวนาหลายจังหวัดโอดครวญ เมื่อน้ำมันขาดไม่พอต่อความต้องการ อีกทั้งราคาน้ำมันพุ่งสูง ต้นทุนการจ้างรถเกี่ยวและรถไถก็ขยับตามทันที ทำให้กำไรต่อไร่ที่น้อยอยู่แล้วหายไปในพริบตา

ผลกระทบต่อชาวนา

-ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นทันที

-บางพื้นที่ “สูบน้ำไม่ได้” เสี่ยงข้าวเสียหาย

-เกิดการแย่งซื้อ/กักตุน

-รายได้ลดลง แต่หนี้เพิ่ม

ภาพจาก ผู้สื่อข่าวกำแพงเพชร

“น้ำมันขาด-คนล้น ชาวนาต่อคิวตี 3 เติมได้เพียง 500”   

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่ง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร มีประชาชนจำนวนมากยืนและนั่งรออยู่บริเวณหน้าสถานีบริการน้ำมัน เตรียมพร้อมนำถังน้ำมันสำรองหลากหลายขนาด บรรทุกใส่ท้ายรถกระบะหรือหิ้วมาด้วยตนเอง เพื่อเติมน้ำมันกลับไปใช้ในการเกษตรหรือสำรองไว้ใช้ในยามจำเป็น ชาวบ้านที่รอต่างมองที่หัวจ่ายน้ำมันลุ้นเมื่อไรจะถึงคิว เนื่องจากปริมาณน้ำมันที่มีจำกัด 

โดยทางปั๊มมีน้ำมันสำรองเพียง 3,000 ลิตรเท่านั้น ทางพนักงานจึงได้จัดระเบียบการเข้าเติมน้ำมันตามลำดับคิว และกำหนดมาตรการกระจายน้ำมันเพื่อให้ถึงมือประชาชนอย่างทั่วถึง รถยนต์เติมได้ไม่เกิน 500 บาท ต่อคัน ถังสำรองน้ำมัน เติมได้ไม่เกิน 500 บาท 

จากการสอบถามประชาชนที่มารอเป็นคิวแรก เปิดเผยว่า ตนเดินทางมารอที่หน้าปั๊มตั้งแต่เวลา 03.00 น. เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้เติมน้ำมัน หลังจากที่ปั๊มเปิดให้บริการในเวลา 07.00 น. โดยมีความจำเป็นต้องนำน้ำมันไปใช้กับเครื่องสูบน้ำ เพื่อผันน้ำเข้านาหล่อเลี้ยงผลผลิตทางการเกษตร 

นอกจากประเด็นน้ำมันขาดแคลน ประชาชนส่วนใหญ่ยังมีความกังวลเรื่องราคา เนื่องจากเมื่อวานนี้เป็นวันสุดท้าย ที่รัฐบาลประกาศตรึงราคาน้ำมันไว้ แต่เมื่อทราบข่าวว่ารัฐบาลมีมติ ขยายเวลาการตรึงราคาออกไปอีก ก็สร้างความดีใจให้กับกลุ่มเกษตรกรเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำมันคือต้นทุนหลักในการประกอบอาชีพ จึงอยากฝากวิงวอนให้รัฐบาลพิจารณาตรึงราคาน้ำมันต่อไปเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

ต้นทุนปุ๋ยทะยาน กระทบชาวนา รายได้เสี่ยงติดลบ

ชาวนาในหลายพื้นที่ทั่วประเทศกำลังเผชิญปัญหาราคาปุ๋ยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนการเพาะปลูกพุ่งสูงจนเกินกำลัง ขณะที่ราคาข้าวในตลาดยังทรงตัว ทำให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและภาระหนี้สิน ส่งผลให้ภาพรวมการทำนาอยู่ในภาวะ “เสี่ยงขาดทุน” มากขึ้น

ภาพจาก ผู้สื่อข่าวกาฬสินธุ์

ชาวนาโอด ปุ๋ยเคมีราคาพุ่ง  

นายประทวน อายุ 68 ปี ชาวนาบ้านดงบ่อ หมู่ 10 ต.ยางตลาด อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ช่วงฤดูแล้งนี้ตนและญาติช่วยกันทำนาปรังจำนวน 40 ไร่ ทุกฤดูกาลปลูกข้าวนาปรังที่ผ่านมา ใช้ปุ๋ยเคมีบำรุงต้นข้าวเฉลี่ยไร่ละ 1 ถุงหรือไร่ละ 50 กก. 

รวมลงทุนทั้งค่ารถไถนา ค่าพันธุ์ข้าว ค่าแรงงาน ค่าปุ๋ยเคมี ค่ารถเกี่ยวข้าว ค่าขนส่ง ประมาณ 70,000 บาท ปีใดได้ผลผลิตสูง และขายขายข้าวเปลือกได้ราคาสูง ก็จะได้กำไรประมาณ 5 หมื่นบาท แต่สำหรับข้าวนาปรังปีนี้ไม่ค่อยจะมั่นใจว่าจะได้ผลผลิตสูง เนื่องจากต้องลดปริมาณการให้ปุ๋ยเคมีลง เพราะปรับราคาสูงขึ้น โดยเพิ่มจากช่วงปกติกระสอบละ 200 บาททีเดียว

เดิมปุ๋ยเคมีเฉลี่ยกระสอบละ 50 กก. ราคา 800 บาท แต่หลังจากมีเหตุการณ์สู้รบที่ตะวันออกกลาง กลับพบว่าปุ๋ยเคมีตามท้องตลาดปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม เป็นราคาเกือบ 1,200 บาท ขณะเดียวกันน้ำมันเชื้อเพลิง ที่จะไปซื้อมาใส่เครื่องสูบน้ำ เพื่อทำการสูบน้ำและเติมน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว ปั๊มน้ำมันที่เคยไปซื้อกลับไม่มีน้ำมันขายให้ จึงไม่มีน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำ เพื่อนำน้ำหล่อเลี้ยงต้นข้าว ต้นข้าวจึงได้รับปุ๋ยไม่เต็มที่ และรับน้ำไม่ต่อเนื่อง มีผลต่อการเจริญเติบโต ที่อาจจะเป็นเหตุให้ผลผลิตลดลงอีกด้วย

สัมภาษณ์ชาวนา ในจังหวัดชัยนาท ตัดพ้ออนาคตคงหยุดทำนา?

TNN Online ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ชาวนา อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นชาวบ้านในตำบลธรรมามูล อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท โดยคุณน้าท่านนี้บอกว่า จากวิกฤตสงครามตะวันออกกลางตนเองก็ได้ติดตามข่าวมาโดยตลอด ตอนแรกไม่คิดว่าจะกระทบกับเกษตรกรเรื่องน้ำมันดีเซล ซึ่งตอนนี้ได้รับผลกระทบหนัก น้ำมันแพงแถมบางปั๊มขาดน้ำมันจะเติมทีก็ต้องต่อแถวยาวมาก บางครั้งไปก็ไม่ได้เติมเพราะหมดก่อน หรือ ถูกจำกัดแค่ครั้งละ 500 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่พอต่อความต้องการ แถม ราคาปุ๋ยก็พุ่งขึ้น ทำให้ตอนนี้หลายๆคนที่ได้พูดคุยกันเริ่มมีความคิดจะหยุดทำนากันแล้ว 

ภาพจาก TNN

เกษตรกรโอด! น้ำมันดีเซลขาดปั๊ม แห่ขนแกลลอนต่อคิวเติมน้ำมัน

ภาพจาก ผู้สื่อข่าวชัยภูมิ

ที่ จ.ชัยภูมิ ชาวบ้านเกษตรกรยังพากันแห่นำแกนลอน และนำรถมาจอดเข้าคิวรอเพื่อรอเติมน้ำมันดีเซลที่ทางปั้มแจ้งว่าอยู่ระหว่างการขนส่ง แต่ยังไม่ทราบว่าจะได้มาวันใดชาวบ้านเกษตรกรจึงยังต้องพากันนำแกนลอนมาวางจองคิวเพื่อรอความหวังว่าหากน้ำมันมาถึงจะได้เติมก่อน เพราะที่ผ่านมาพอน้ำมันมาถึงก็เติมได้ไม่กี่รายน้ำมันก็มด ก็ต้องรอคิวต่อไปวันใหม่ต่ออีกมาต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ผลกระทบ: หวั่นเกิดปรากฏการณ์ "ทิ้งนา" ถาวร

การตัดสินใจ หยุดทำนาถาวร กำลังลามจากรายย่อยสู่รายกลาง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศในระยะยาว หลายคนอาจมองว่าการที่ชาวนาเลิกทำนาเป็นเรื่องของเกษตรกรเพียงกลุ่มเดียว แต่ในระบบเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกัน ความล่มสลายในนาข้าวคือกงล้อที่จะบดขยี้ค่าครองชีพคนเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แรงกดดันจากต้นทุนที่พุ่งสูงรอบด้าน ท่ามกลางสัญญาณเตือนของปรากฏการณ์ “ทิ้งนาถาวร” ที่อาจไม่ไกลเกินจริง

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง