รีเซต

รอยร้าวรีพับลิกัน! ทรัมป์จ่อส่งทหารอีกหมื่นนายคุมตะวันออกกลาง สวนทางนโยบาย America First

รอยร้าวรีพับลิกัน! ทรัมป์จ่อส่งทหารอีกหมื่นนายคุมตะวันออกกลาง สวนทางนโยบาย America First
TNN ช่อง16
30 มีนาคม 2569 ( 19:34 )
30

จับตาความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปีของกองทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง! ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจตัดสินใจครั้งสำคัญ... ด้วยการส่ง 'ทหารภาคพื้นดิน' บุกยึดจุดยุทธศาสตร์ในอิหร่าน


แต่เบื้องหลังชัยชนะทางการทหาร กลับมี 'รอยร้าว' ลึกภายในพรรครีพับลิกัน นักการเมืองรีพับลิกันหลายคน เริ่มออกโรงปราม เรียกร้องให้สภาคองเกรสต้องเป็นผู้อนุมัติเรื่องนี้ และเตือนว่า... นี่อาจเป็น 'กับดักสงคราม' ที่ทำให้น้ำมันแพงพุ่งฉูด และเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต้องพังทลายลง


สัญญาณความแตกแยกภายในพรรครีพับลิกัน


สส. แนนซี เมซ จากพรรครีพับลิกัน ระบุว่า สภาคองเกรสต้องมีส่วนในการตัดสินใจเรื่องการส่งทหารสหรัฐฯเข้าไปในอิหร่าน โดยท่าทีของเธอมีขึ้นหลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ได้รับการชี้แจงเรื่องสงครามอิหร่าน และเธอเผยว่า สภาฯได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับแผนการของรัฐบาลสหรัฐฯ


นอกจากนี้ การเสนอเรื่องดังกล่าว ยังเกิดขึ้นในวันเดียวกันที่หนังสือพิมพ์ Washington Post รายงานว่า กระทรวงกลาโหมกำลังเตรียมปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบจำกัดในอิหร่าน รวมไปถึงกียึดเกาะคาร์ก และพื้นที่ใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ


เมซ ให้สัมภาษณ์กับ CNN ว่า หากสหรัฐฯจะมีปฏิบัติการภาคพื้นดินแบบดั้งเดิมด้วยการใช้หน่วยนาวิกโยธินและกองพลส่งทางอากาศที่ 82 (82nd Airborne Division)  นั่นคือสงครามภาคพื้นดินแล้ว และเธอเชื่อว่า สภาคองเกรสต้องมีสิทธิในการตัดสินใจเรื่องนี้ รวมถึงต้องได้รับการชี้แจงเรื่องดังกล่าว


เมซระบุว่า เราไม่ต้องการทหารภาคพื้นดิน มันมีเส้นแบ่งสำหรับคนจำนวนมาก และหากเราจะทำเช่นนั้น ต้องมาที่สภาคองเกรส และได้รับอำนาจที่เหมาะสมในการทำเช่นนั้น



สำนักข่าวอัล จาซีรา รายงานว่า บรรดานักวิเคราะห์ด้านการทหาร รวมถึงผู้อำนวยการหน่วยข่าวกรองแห่งชาติของทรัมป์เอง ต่างเผยว่า แสนยานุภาพทางการทหารของอิหร่านนั้นลดลงไปแล้วจากการสู้รบ แต่อิหร่านยังสามารถสร้างความเสียหายต่อตะวันออกกลางได้อยู่ และจะสามารถกลับมาฟื้นฟูประเทศได้ 


แถลงการณ์ของแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวเมื่อวานนี้ ไม่ได้ปฏิเสธรายงานข่าวของ Washington Post แต่ระบุว่า กระทรวงกลาโหมได้เตรียมทางเลือกหลายทางให้ประธานาธิบดีพิจารณาทบทวนเป็นประจำอยู่แล้ว นั่นไม่ได้หมายความว่า ประธานาธิบดีได้ตัดสินเลือกไปแล้ว

Political Rubicon: การตัดสินใจครั้งสำคัญที่ไม่มีวันหวนกลับไปได้อีก


สำนักข่าวอัล จาซีรา รายงานว่า การส่งกำลังทหารภาคพื้นดิน ถือเป็น "จุดเปลี่ยนที่สำคัญและยากจะหวนกลับ" (Political Rubicon) สำหรับทรัมป์ ผู้ซึ่งมีจุดยืนสนับสนุนการปฏิบัติการทางทหารในต่างแดนแบบที่ "รวดเร็วและมีขอบเขตจำกัด" มาโดยตลอด ภายใต้ยุทธศาสตร์ที่เขาเรียกว่า “อเมริกาต้องมาก่อน” (America First)



การตัดสินใจในครั้งนี้ยังถือเป็นการ "ทดสอบความกล้าหาญและความเชื่อมั่นครั้งใหญ่" สำหรับนักการเมืองรีพับลิกัน ซึ่งโดยทั่วไปมักจะสนับสนุนทรัมป์อย่างเต็มที่ แม้ว่าเหล่าผู้สนับสนุนตัวยงของของขบวนการ “Make America Great Again” (MAGA) จะออกมาประณามการทำสงครามก็ตาม



ภาพความเห็นต่างนี้ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนในงานรวมตัวของ Conservative Political Action Conference (CPAC) ที่จัดขึ้น ณ เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีผู้พูดหลายรายส่งเสียงเชียร์การทำสงคราม ในขณะที่บางส่วนเลือกที่จะหลีกเลี่ยงประเด็นนี้ไปเลย



อย่างไรก็ตาม แมตต์ เกตซ์ อดีตสมาชิกสภาคองเกรสและพันธมิตรคนสำคัญของทรัมป์ ได้ออกมาคัดค้านและประณามความเป็นไปได้ที่จะมีการบุกภาคพื้นดินโดยตรง



เขากล่าวว่า “การบุกอิหร่านทางบกจะทำให้ประเทศของเรายากจนลงและปลอดภัยน้อยลง” พร้อมเสริมว่า “มันจะหมายถึงราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ราคาอาหารที่แพงขึ้น และเขาไม่แน่ใจเลยว่า ท้ายที่สุดแล้วเราจะกำจัดผู้ก่อการร้ายได้มากกว่าจำนวนที่เราสร้างพวกเขาขึ้นมาใหม่หรือไม่” 

จับตาการเสริมกำลังทางการทหารในตะวันออกกลางของสหรัฐฯ


ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ยกระดับการวางกำลังทหารในภูมิภาคเพิ่มขึ้น โดย กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า มีทหารเพิ่มเติมอีกประมาณ 3,500 นาย เดินทางถึงตะวันออกกลางด้วยเรือ USS Tripoli เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


ก่อนหน้านั้น ทหารอีกประมาณ 2,000 นาย จาก กองพลส่งทางอากาศที่ 82 ถูกเปลี่ยนเส้นทางออกจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ


เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Wall Street Journal รายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาที่จะส่งทหารเพิ่มเติมอีกถึง 10,000 นาย ไปยังภูมิภาคดังกล่าว ซึ่งมีทหารสหรัฐฯ ประจำการกว่า 40,000 นายอยู่แล้ว


ในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Politico เมื่อสัปดาห์ก่อน สส. อีไล เครน และ เดอร์ริค แวน ออร์เดน ซึ่งทั้งคู่สังกัดพรรครีพับลิกันและเป็นอดีตทหาร ระบุว่า "แรงสนับสนุนสงครามของพวกเขาอาจเปลี่ยนไป" หากทรัมป์ตัดสินใจส่งกำลังทหารเข้าปฏิบัติการจริง


เครนกล่าวว่า “ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของเขาตลอดเวลาที่ผ่านมา คือนี่จะกลายเป็นสงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้ออีกครั้ง” และผู้สนับสนุนของเราจำนวนมาก รวมถึงสมาชิกสภาคองเกรสอีกหลายคน ต่างรู้สึกกังวลอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น”

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง