รีเซต

"เฮกเซธ" รอยสัก และสงคราม ผู้อยู่หลังฉากสงครามอิหร่าน

"เฮกเซธ" รอยสัก และสงคราม ผู้อยู่หลังฉากสงครามอิหร่าน
TNN ช่อง16
3 เมษายน 2569 ( 19:24 )
10

รอยสัก Jerusalem Cross ขนาดใหญ่บนหน้าอกของพีธ เฮกเซธ รัฐมนตรีกระทรวงสงครามสหรัฐฯ หรือรอยสักที่เรียกกันว่า Crusader Cross นี่คือสัญลักษณ์ที่ใช้โดยชาวคริสเตียน แต่ขณะเดียวกัน กลุ่มขวาจัดสุดโต่ง ก็นิยมใช้สัญลักษณ์นี้ในการต่อสู้เพื่ออารยธรรมตะวันตกด้วยเหมือนกัน


รอยสัก Deus Vult เดอุส- วุลท์ บริเวณไบเซฟด้านขวา เป็นวลีภาษาละติน แปลว่า God wills it หรือ พระเจ้าประสงค์เช่นนั้น ซึ่งเป็นคำขวัญปลุกใจของทหารที่ใช้ในสงครามครูเสดครั้งที่ 1 ซึ่งเป็นสงครามศาสนา ระหว่างคริสต์ กับมุสลิม 


ส่วนรอยสักที่เป็นภาษาอาหรับ คือ Kafir กาฟีร์ แปลว่า “ผู้ไม่ศรัทธา” หรือ “คนนอกศาสนา” ซึ่งมักถูกนำมาใช้ในบริบทแบ่งแยกทางศาสนา ที่สื่อถึงท่าที “ต่อต้านอิสลาม” อย่างชัดเจน


ทั้งหมดเหล่านี้เป็นเพียงรอยสักหลัก ๆ ที่ปรากฎบนร่างกายของรัฐมนตรีกระทรวงสงครามสหรัฐฯ เท่านั้น เพราะยังคงมีรอยสักอีกหลายจุดบนร่างกายของเขา


แล้วรอยสักเหล่านี้ อาจกำลังบ่งบอกถึง “เข็มทิศนโยบายกลาโหม” ของรัฐมนตรีสงครามผู้นี้ หรือไม่อย่างไร 

อดีตผู้ประกาศข่าว Fox สู่ผู้คุมกลาโหม


พีธ เฮกเซธ อดีตผู้ประกาศข่าวฝีปากกล้า ประจำสถานีข่าว Fox News ด้วยแนวคิดอนุรักษ์นิยม และเป็นสาย White supremacy หรือ ผู้เชิดชูคนผิวขาวเหนือกลุ่มชาติพันธุ์อื่นใด ทำให้เขาเป็นที่ต้องตาต้องใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้เข้ามาคุมกระทรวงสำคัญในห้วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้


แต่กว่าเฮกเซธ จะมาเป็นเจ้าแห่งเพนตากอน ที่เขาเองก็นิยามตัวเองว่าเป็น “รัฐมนตรีกระทรวงสงคราม” นี้ เขาเคยถูกสภาคองเกรสประกาศว่า “ไร้คุณสมบัติ” มาก่อน 


ในช่วงที่ระเบิดถูกทิ้งลงไปบนแผ่นดินของอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หลังจากนั้นไม่นาน ประธานาธิบดีทรัมป์ได้หารือร่วมกับบรรดาที่ปรึกษากลุ่มเล็ก ๆ เพื่อหารือทางเลือกต่าง ๆ ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่า ในเวลานั้น เฮกเซธยืนยันอย่างชัดเจนว่า เขาต้องการปฏิบัติการทางทหารเคียงข้างอิสราเอลต่อไป


ตามปกติแล้ว ก่อนที่จะมีปฏิบัติการใด ๆ ต่อประเทศใดก็ตามในอดีต รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมในเวลานั้น มักจะต้องมีการเน้นย้ำกับประธานาธิบดีก่อนว่า การกระทำดังกล่าวอาจมีผลเสียตามมาอย่างไรบ้าง.. อย่างในกรณีการโจมตีอิหร่าน ก็รวมถึงผลกระทบรุนแรงทางเศรษฐกิจ ที่อิหร่านจะปิดช่องแคบฮอร์มุซ  และการถูกอิหร่านตอบโต้อย่างหนัก


แหล่งข่าวบอกว่า เฮกเซธไม่ได้ค้านประธานาธิบดีทรัมป์ และไม่ได้ผลักดันให้ทรัมป์ทำสงคราม แต่เมื่อประธานาธิบดีได้ตัดสินใจแล้วว่าจะทำต่อ .. เขาก็กลายมาเป็น “กองเชียร์” รายสำคัญในเรื่องนี้ทันที


และตลอดเดือนกว่า ๆ ของสงครามในอิหร่าน .. เฮกเซธ ยังคงมีสุ้มเสียงที่แข็งกร้าวต่อการทำสงครามครั้งนี้อยู่เสมอ แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเริ่มเสียงอ่อนลงแล้วก็ตาม

“นี่คือหน้าที่ของรัฐมนตรีกระทรวงสงคราม คือการนำเสนอทางเลือกทางทหารที่ชัดเจนและเด็ดขาดให้กับประธานาธิบดีทรัมป์”  คิงส์ลีย์ วิลสัน โฆษกเพนตากอนกล่าว


ทรัมป์เลือก “เฮกเซธ” เป็นรัฐมนตรีกลาโหม เพราะชอบในภาพลักษณ์ และบุคลิกที่น่าคบหาของเขา เมื่อปรากฎบนหน้าจอทีวี  แต่แหล่งข่าวบอกกับ CNN ว่า คนใกล้ตัวของทรัมป์เองต่างกระประหลาดใจกับการตัดสินใจนี้ เพราะเฮกเซธไม่มีประสบการด้านการเป็นผู้นำทางทหารเลย


เฮกเซธ ไม่ใช่แค่กองเชียร์ แต่คือผู้จุดชนวนสงคราม?


แต่ข้อมูลที่เผยแพร่ในช่วง 1 เดือนของสงคราม พบว่า เฮกเซธ อาจไม่ใช่แค่ “กองเชียร์” ในการผลักดัน แต่เขานี่แหล่ะ ที่เป็น “ผู้จุดชนวนสงครามตัวจริง”


ทรัมป์กล่าวไว้เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมว่า เฮกเซธเป็น “คนแรก” ที่บอกให้เขาลงมือจัดการอิหร่าน


“พีธ ผมคิดว่าคุณคือคนแรกที่พูดถึงเรื่องนี้นะ .. คุณบอกว่า ‘มา มาทำกันเถอะ’ เพราะเราปล่อยให้พวกเขามีอาวุธนิวเคลียร์ไม่ได้” ทรัมป์กล่าว 


และในช่วงที่ทรัมป์พูดเรื่องนี้ เฮกเซธก็นั่งยิ้มอ่อน พร้อมพยักหน้าอยู่ข้าง ๆ  อีกทั้งเขายังเป็นตัวตั้งตัวตีในการขออนุมัติเรือรบเพิ่มอีก 3 ลำ พร้อมนาวิกโยธินนับพันนายเข้าไปเสริมในตะวันออกกลางอีกด้วย


สงครามอิหร่าน = Holy War?


แต่สิ่งที่น่าขบคิดมากไปกว่านั้นคือ สัญลักษณ์ รอยสัก ตามร่างกายของเขา ประกอบกับการแถลงข่าวของเขา หลายครั้ง มีบทในไบเบิล หรือมีข้อความที่เกี่ยวกับพระเจ้าด้วย ทำให้ถูกตั้งคำถามว่า เขากำลังนำความขัดแย้งนี้ ไปผูกติดกับความเป็น สงครามศักดิ์สิทธิ์ หรือ Holy War หรือไม่?


มุมมองนี้สอดคล้องกับเนื้อหาในหนังสือ American Crusade: Our Fight to Stay Free (2020) ที่เขาเขียนเอง .. ซึ่งเขาอ้างว่า ตะวันตกกำลังเผชิญหน้ากับการบุกรุก และจะต้องลุกขึ้นทำสงครามครูเสด เพื่อผลักดันลัทธิอิสลามกลับออกไป 


การนำการเมืองระหว่างประเทศ มาใส่ในกรอบของสงครามเช่นนี้ ทำให้การเจรจาทางการทูต แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะนี่คือการต่อสู้แบบตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในสิ่งที่เขาเชื่อว่ามันคือ “ความดี และ ความชั่ว” เท่านั้น 


เรื่องอื้อฉาวของเจ้ากระทรวงสงคราม


หลังจากที่เฮกเซธขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีสงคราม ความ “บ้าระห่ำ” ของเขา มี 2 เรื่องที่อื้อฉาวระดับชาติ ที่ถึงกับทำให้สภาคองเกรสขอให้เขาลาออก


  • การสั่งโจมตีทางอากาศซ้ำสอง (double-tap) ใส่เรือต้องสงสัยว่าขนส่งยาเสพติดในแคริบเบียน ทำให้แทนที่คนบนเรือจะมีโอกาสรอดชีวิต กลับต้องเสียชีวิตทั้งหมด ซึ่งเขาอ้างว่า เพราะ “หมอก” ทำให้เขามองไม่เห็น


  • ข้อมูลข่าวกรองโจมตีเยเมนรั่วไหล บนแอปพลิเคชัน Signal ที่เขาแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับ “เป้าหมายในเยเมน” ให้กับคนในครอบครัวรู้ ล่วงหน้าก่อนปฏิบัติจริง ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงอย่างยิ่งต่อภารกิจและชีวิตของกำลังพล


แต่แม้เสียงวิจารณ์จะเพิ่มขึ้น ที่มองว่าเขาทั้ง “ไร้ความสามารถ บ้าบิ่น และเป็นภัยคุกคาม”  แต่เขาปฏิเสธทุกความผิด โดยมี “ทรัมป์” หนุนหลังและปกป้องอย่างเต็มที่


รอยสักบนร่างกายของเขา จึงอาจไม่ใช่แค่แฟชั่น แต่ความชอบส่วนตัวของเขากำลังบ่งบอกว่า นี่คือ “ทิศทางของนโยบายกลาโหม” ของ “พีธ เฮกเซธ” ที่พร้อมจะทำสงครามในนามของพระเจ้า โดยไม่สนวิธีการ และความเสียหายที่ตามมาเลยแม้แต่น้อย 



ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง