เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพลังงานไฮโดรเจน "BYA-I" ก้าวใกล้ความจริง หลังผ่านการประเมินการออกแบบเบื้องต้น

บริษัท สตาร์ตอัปด้านการบินสัญชาติฝรั่งเศส Beyond Aero ได้ก้าวไปอีกขั้นที่สำคัญในการทำให้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพลังงานไฮโดรเจนกลายเป็นความจริง หลังจากที่เครื่องบินรุ่น BYA-I One ได้ผ่านการประเมินการออกแบบเบื้องต้น (Preliminary Design Review) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นการปูทางเข้าสู่กระบวนการขอรับรองมาตรฐานการบินต่อไป
เครื่องบินพลังงานไฮโดรเจนถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญของเทคโนโลยีการบินสีเขียว เนื่องจากปล่อยมลพิษออกมาเป็นเพียงหยดน้ำเท่านั้น
นอกจากนี้ การใช้เซลล์เชื้อเพลิงเพื่อขับเคลื่อนใบพัดไฟฟ้า (Electric propfans) ยังช่วยให้เครื่องบินมีเสียงการทำงานที่เงียบกว่าเครื่องยนต์กังหันก๊าซแบบดั้งเดิมอย่างมาก
ระบบส่งกำลังแบบไร้การปล่อยมลพิษนี้ยังช่วยให้ BYA-I รอดจากความกังวลเรื่องภาษีคาร์บอนและมาตรการทางสังคมที่ต่อต้านการบินที่สร้างมลพิษ (Flight shaming)
และเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดของไฮโดรเจน ซึ่งโดยปกติแล้วมีความหนาแน่นของพลังงานต่ำและต้องการอุปกรณ์แช่แข็งที่ซับซ้อน ทางบริษัท Beyond Aero ได้ออกแบบให้ BYA-I ใช้ก๊าซไฮโดรเจนที่ถูกอัดด้วยแรงดันสูงถึง 700 บรรยากาศ แทนการใช้ไฮโดรเจนเหลวความเย็นจัด
วิธีการนี้ช่วยให้สามารถพึ่งพาเทคโนโลยีแรงดันสูงที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน ลดความยุ่งยากในการจัดการระบบความร้อน และไม่ต้องใช้ถังบรรจุแบบแช่แข็งที่มีน้ำหนักมาก
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่ยังคงอยู่ คือ เรื่องของน้ำหนักถังบรรจุคาร์บอนไฟเบอร์ทนแรงดันสูง ซึ่งถังน้ำหนัก 44 ปอนด์ หรือ 20 กิโลกรัม จะสามารถบรรจุเชื้อเพลิงได้เพียง 2.2 ปอนด์ หรือ 1 กิโลกรัม ซึ่งน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการบินเมื่อใช้งานในท่าอากาศยานที่อยู่บนพื้นที่สูงและมีสภาพอากาศร้อน
ในด้านสมรรถนะ BYA-I ถูกออกแบบมาสำหรับเที่ยวบินระยะสั้นที่ระยะทางไม่เกิน 800 ไมล์ทะเล หรือ 1,482 กิโลเมตร ด้วยความเร็วในการบิน 300 นอต หรือ 556 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตัวเครื่องสามารถรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 8 คน พร้อมลูกเรืออีก 2 คน และมีน้ำหนักเครื่องเปล่าเมื่อนำเครื่องขึ้นสูงสุดที่ 21,164 ปอนด์
ทีมงานผู้พัฒนายืนยันว่า เครื่องบินมีความน่าเชื่อถือสูงด้วยการใช้เซลล์เชื้อเพลิงขนาด 400 กิโลวัตต์จำนวน 6 ตัว เพื่อให้มีระบบสำรองไฟที่เสถียรทัดเทียมกับเครื่องยนต์ทั่วไป
ปัจจุบัน บริษัท Beyond Aero กำลังดำเนินการขอการรับรองมาตรฐาน CS-25/Part 25 จากหน่วยงาน EASA ยุโรป และ FAA สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสูงสุดที่มักสงวนไว้สำหรับเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะนำเครื่องบินรุ่นนี้เข้าสู่การให้บริการเชิงพาณิชย์ให้ได้ภายในปี 2030
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
