รีเซต

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้

เปิดมุมมอง 3 โบรกฯ ส่องกลยุทธ์ลงทุน พร้อมเสิร์ฟหุ้นเด่นวันนี้
ทันหุ้น
12 พฤษภาคม 2569 ( 09:44 )
10

#ทันหุ้น - บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนวโน้มตลาดวันนี้ คาด SET Index จะแกว่ง Sideways ในกรอบ 1,480-1,500 จุด โดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ยังปรับตัวแข็งแกร่งตามแรงหนุน Theme AI Boom อย่างไรก็ตาม DELTA จะยังเคลื่อนไหวจำกัด ด้านราคาน้ำมันและ Commodity ยังยืนสูง หลังทรัมป์ระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงกำลังอยู่ในภาวะโคม่า สะท้อนความเสี่ยงในการกลับมาใช้กำลังทางทหารในอนาคต

อย่างไรก็ตามต้องจับตา Event สำคัญคือการพบกันระหว่างทรัมป์-สี จิ้น ผิง ในช่วงปลายสัปดาห์ ซึ่งจะพูดคุยในประเด็น อิหร่าน การค้า AI และแร่หายาก ด้านตัวเลขเศรษฐกิจคืนนี้จับตาตัวเลขเงินเฟ้อ CPI สหรัฐฯเดือน เม.ย. (ตลาดคาด Headline +3.7% y-y Core +2.7% y-y) รวมการประกาศ MSCI Rebalance รอบเดือน พ.ค. คืนนี้ ซึ่งต้องจับตาว่าไทยจะถูกปรับลดน้ำหนักลงตามกระแสคาดการณ์หรือไม่

ด้านปัจจัยในประเทศผลประกอบการ 1Q26 บจ. เท่าที่ประกาศออกมาแล้วโดยรวมยังดีกว่าตลาดคาด 12% เราเชื่อว่าการประกาศของบจ.ที่เหลือจะไม่สร้าง Downside ต่อ EPS SET ปี 2026 ปัจจุบันที่ 94 บาท ด้านพรก.เงินกู้ 4 แสนลบ.ที่ถูกฝ่ายค้านยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความอาจเป็น Noise กดดัน Sentiment ระยะสั้น แต่เราประเมินว่าท้ายที่สุดรัฐบาลจะสามารถเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจได้ในเดือน มิ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งหากประกอบกับสมมติฐานที่คาดว่าสงครามจะคลี่คลายได้ภายใน 2Q26 เราคาดว่าจะเห็นการเกิด Sector Rotation ออกจากกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และ Commodity เข้าหากลุ่มที่ได้อานิสงส์จากราคาพลังงานลดลงและการบริโภคที่ฟื้นตัว เช่น ขนส่ง โรงไฟฟ้า SPP ไฟแนนซ์ ค้าปลีก เป็นต้น

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่แนวโน้มกำไร 1Q26 แข็งแกร่งและแนวโน้มถูกกระทบจำกัดจากสงคราม
หุ้นเด่นเดือน พ.ค : BBL, CPALL, ITC, SCGP, WHAUP
FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : COM7
• แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 31 บาท
• คาดกำไร 1Q26 อยู่ที่ 1.19 พันลบ. ทรงตัวสูง q-q และ +21% y-y จากทั้งรายได้และ Margin ที่ดีขึ้น หนุนโดยยอดขาย iPhone 17 และ Samsung Ultra 26 ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการเติบโตต่อเนื่องของธุรกิจ non-retail ด้าน margin ยังดีจาก operating leverage และการควบคุมต้นทุนมีประสิทธิภาพ
• เราคาดกำไรปี 2026 ยังเติบโตอีก 8% y-y เป็น 4.4 พันลบ. ทำ New High ต่อเนื่อง ด้าน Valuation ปัจจุบันเทรด PER ราว 12.4 เท่า และคาดให้ Dividend Yield เกือบ 5% ต่อปี
• แนวรับ 23.50//23 บาท แนวต้าน 24-24.20//24.50 บาท

ด้าน บล.ดาโอ คาดดัชนีฯ อาจมี rebound แต่จะยังมีความเสี่ยงจากการเทขายเพื่อลดความเสี่ยง จากการเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ที่ยืดเยื้อ และพรุ่งนี้ MSCI จะมีการประกาศหุ้นคำนวณดัชนีฯ ที่ถูกคาดว่าจะมีผล(กระทบ) ต่อตลาดหุ้นไทย ดัชนีฯ จึงไปต่อได้ยาก

ปัจจัยในประเทศ

  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: "สงครามอิหร่าน–ความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz–การเจรจา Trump–Xi" กำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้น สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่ห่างไกลกันมากในกรอบการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อเสนอของอิหร่านเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นการส่งออกน้ำมันและก๊าซ ขณะที่ประธานาธิบดีเปเซชเคียนของอิหร่าน ยันไม่มีวันก้มหัวให้สหรัฐ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เมินคำตอบอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านขู่ตอบโต้ทันควัน หากเรือรบฝรั่งเศส-อังกฤษเข้าฮอร์มุซเพื่อหนุนภารกิจสหรัฐฯ หากสงครามดำเนินต่อไป ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า และค้าปลีก แต่บวกต่อกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีต้นน้ำ
  • ความเคลื่อนไหวสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น: รมว.คลังสหรัฐฯ (สก็อตต์ เบสเซนต์) จ่อถกนายกฯ ญี่ปุ่น (ซานาเอะ ทาคาอิจิ) วันนี้ (12 พ.ค.) ก่อนร่วมวงซัมมิตสหรัฐฯ-จีน โดยการหารือจะครอบคลุมเรื่องความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน สงครามอิหร่าน รวมถึงประเด็นตลาดค่าเงินหลังจากที่ญี่ปุ่นมีการแทรกแซงค่าเงินเยน
  • ตลาดหุ้นเอเชีย: หุ้นในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น โดยเกาหลีใต้เป็นผู้นำในการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากความสนใจหันกลับมาที่ความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกครั้ง ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.6% โดยผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีอย่าง SK Hynix และ Samsung เป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนที่สำคัญที่สุด ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.3% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สอดคล้องกับเจพีมอร์แกนที่เพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็น 10,000 จุด โดยชี้ว่ายังอยู่ในวงจรขาขึ้น

ปัจจัยต่างประเทศ

  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: "สงครามอิหร่าน–ความเสี่ยงช่องแคบ Hormuz–การเจรจา Trump–Xi" กำลังเชื่อมโยงกันมากขึ้น สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความเห็นที่ห่างไกลกันมากในกรอบการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าข้อเสนอของอิหร่านเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้ช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดกั้นการส่งออกน้ำมันและก๊าซ ขณะที่ประธานาธิบดีเปเซชเคียนของอิหร่าน ยันไม่มีวันก้มหัวให้สหรัฐ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ เมินคำตอบอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านขู่ตอบโต้ทันควัน หากเรือรบฝรั่งเศส-อังกฤษเข้าฮอร์มุซเพื่อหนุนภารกิจสหรัฐฯ หากสงครามดำเนินต่อไป ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นลบต่อโรงไฟฟ้า ท่องเที่ยว ห้างสรรพสินค้า และค้าปลีก แต่บวกต่อกลุ่มน้ำมันและปิโตรเคมีต้นน้ำ
  • ความเคลื่อนไหวสหรัฐฯ-ญี่ปุ่น: รมว.คลังสหรัฐฯ (สก็อตต์ เบสเซนต์) จ่อถกนายกฯ ญี่ปุ่น (ซานาเอะ ทาคาอิจิ) วันนี้ (12 พ.ค.) ก่อนร่วมวงซัมมิตสหรัฐฯ-จีน โดยการหารือจะครอบคลุมเรื่องความยืดหยุ่นของห่วงโซ่อุปทาน สงครามอิหร่าน รวมถึงประเด็นตลาดค่าเงินหลังจากที่ญี่ปุ่นมีการแทรกแซงค่าเงินเยน
  • ตลาดหุ้นเอเชีย: หุ้นในเอเชียปรับตัวสูงขึ้น โดยเกาหลีใต้เป็นผู้นำในการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เนื่องจากความสนใจหันกลับมาที่ความต้องการปัญญาประดิษฐ์ (AI) อีกครั้ง ดัชนี MSCI Asia Pacific เพิ่มขึ้น 0.6% โดยผู้ผลิตชิปหน่วยความจำของเกาหลีอย่าง SK Hynix และ Samsung เป็นหนึ่งในปัจจัยหนุนที่สำคัญที่สุด ขณะที่ดัชนี Kospi ของเกาหลีใต้พุ่งขึ้น 4.3% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ สอดคล้องกับเจพีมอร์แกนที่เพิ่มเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีใต้เป็น 10,000 จุด โดยชี้ว่ายังอยู่ในวงจรขาขึ้น

Technical : BCH, KAMART

ขณะที่ บล.คิงส์ฟอร์ด ประเมินแนวรับดัชนี 1,480 แนวต้าน 1,500 คาดดัชนีมีโอกาสชะลอตัวรอการรายงายกำไร บจ. Q1/69 และผล MSCI รีบาลานท์ในวันพรุ่งนี้ รวมถึงผลการประชุมสหรัฐ – จีน ต่อประเด็นข้อตกลงการค้า & ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แนะนำทยอยซื้อ GULF, GPSC คาดแนวโน้มขายไฟฟ้าใน Q2/69 ยังเติบโตดี / เก็งกำไรระยะสั้นหุ้นที่รายงานกำไร Q1/69 ออกมาดีกว่าคาด เช่น GLOBAL, SYNEX, AURA, AWC, CENTEL

PRM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย IAA Consensus 9.25 บาท) แนวโน้มกำไร 1Q69 จะกลับมาดีขึ้นทั้ง QoQ, YoY ตามกำลังการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามกองเรือที่มีมากกว่าปีก่อน ประกอบกับเรือ VLCC ผ่านช่วงการเข้า dry dock และเรือ Crew Boat ใหม่ 2 ลำ เริ่มให้บริการเต็มไตรมาส สำหรับแนวโน้ม 2Q69 ยังดีต่อเนื่องหนุนจาก U-rate ที่ฟื้นตัวของธุรกิจเรือ FSU ตามความต้องการใช้กักเก็บน้ำมัน รวมถึงเรือใหม่ 2 ลำที่รับมาใน 1Q69 (เรือขนส่งน้ำมัน) ให้บริการเต็มไตรมาส ทั้งนี้ในปี 69-70 ตลาดคาดการณ์กำไรที่ 2.3 พันล้านบาท (+5%YoY) และ 2.47 พันล้านบาท (+7%YoY) หนุนจากการการขยายและปรับปรุงกองเรือ รวมถึงจำนวนวันที่เข้าอู่ซ่อมบำรุงน้องลง

TRUE (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 16.00 บาท) กำไรสุทธิ 1Q69 อยู่ที่ 6,589 ลบ. (+303%YoY , +65%QoQ) ไม่มีรายการพิเศษลบก้อนใหญ่เข้ามากดดัน ประจวบกับมาร์จิ้นปรับปรุงดีขึ้น YoY จาก 1.การได้มาซึ่งใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่(2300 MHz/1500MHz) 2.สินสุดสัญญาการจัดการความถี่กับ NT และ 3.การประหยัดต้นทุนจาก EPL ส่วนการดำเนินงานในช่วง 2Q69 คาดหวังการประคองตัว QoQ ขณะที่ YoY ยังคาดเป็นบวกต่อเนื่องจากตุ้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลง ภาพรวมเรายังมอง TRUE เป็นหุ้นรับความผันผวนได้ดีจากประเภทของธุรกิจ โดย TRUE ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายการจ่ายเงินปันผล จาก พิจารณาจ่ายปีละ 2 ครั้ง เป็นรายไตรมาสแทน และ งวด 1Q69 จะจ่ายที่ 0.14 บาท/หุ้น คิดเป็น Div. Yield ราว 0.99% จะ XD 20 พ.ค.69

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง