รีเซต

กรมการแพทย์ ขออย่าตื่นตระหนก โรคฝีดาษวานร ไม่ติดต่อง่าย-ติดจากสัมผัสใกล้ชิด

กรมการแพทย์ ขออย่าตื่นตระหนก โรคฝีดาษวานร ไม่ติดต่อง่าย-ติดจากสัมผัสใกล้ชิด
TNN ช่อง16
15 กุมภาพันธ์ 2569 ( 12:02 )
18

โรคฝีดาษวานร โรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คน และคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด 

นายแพทย์ณัฐพงศ์ วงศ์วิวัฒน์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้รับรายงานกรณีผู้ป่วยโรคฝีดาษวานร (Mpox) เสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นผู้ต้องขังชาย อายุ 44 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัวหลายโรค อาทิ ติดเชื้อเอชไอวีร่วมกับโรคไวรัสตับอักเสบบี ซี และซิฟิลิส และขาดการรักษาต่อเนื่อง ทำให้มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องขั้นรุนแรง โดยกรมควบคุมโรคได้ร่วมกับกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินมาตรการป้องกันและควบคุมโรคทันที ส่งผลให้โรคมีความรุนแรงมากกว่าปกติ เพื่อกำหนดมาตรการเฝ้าระวังอย่างเหมาะสม 

โรคฝีดาษวานร  (Mpox) เป็นโรคติดเชื้อไวรัสที่แพร่จากสัตว์สู่คน และคนสู่คนผ่านการสัมผัสใกล้ชิด สารคัดหลั่ง หรือตุ่มหนองของผู้ติดเชื้อ อาการเด่นคือไข้ ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และผื่นตุ่มหนองตามร่างกาย โดยส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่สามารถรุนแรงได้ในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ป่วยสามารถแพร่เชื้อได้ตั้งแต่อาการเริ่มแรกที่มีไข้ แต่ระยะออกผื่นมักจะเป็นช่วงที่สามารถแพร่เชื้อได้มาก การป้องกันคือเลี่ยงสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ 



สำหรับอาการ โรคฝีดาษวานร 

มีระยะฟักตัว 5-21 วัน (ส่วนใหญ่ 10-14 วัน) เริ่มจากมีไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ ต่อมน้ำเหลืองโต ตามด้วยผื่นลักษณะของผื่นจะพัฒนาไปตามระยะดังต่อไปนี้ แรกเริ่มเป็นผื่นนูนแดง ต่อมาเป็นตุ่มน้ำใส ตามมาด้วยตุ่มหนอง และสะเก็ดในช่วงท้าย โดยผื่นมักพบบริเวณหน้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า แต่ยังสามารถพบผื่นได้ที่บริเวณอื่นของร่างกาย เช่น ช่องปาก อวัยวะเพศ โดยส่วนใหญ่หายเองได้ภายใน 2-4 สัปดาห์ แต่สามารถรุนแรงได้ในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง  

กลุ่มเสี่ยงอาการรุนแรง 

หากติดเชื้อโรคฝีดาษวานร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ แบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 กลุ่ม ดังนี้ 1. ผู้ติดเชื้อเอชไอวี มีภูมิคุ้มกันต่ำ 2. ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือด และโรคมะเร็งอวัยวะต่าง ๆ 3. ผู้ป่วยโรคมะเร็งอวัยวะต่าง ๆ 4. ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ 5. ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยสาร/ยา/รังสี ที่ใช้ในการรักษา โรคมะเร็ง 6. ผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกอวัยวะต่าง ๆฝ 7. ผู้ป่วยกลุ่มโรคแพ้ภูมิตนเอง และ 8. เด็กที่มีอายุน้อยกว่า 8 ปี การตรวจวินิจฉัยโรคฝีดาษวานร เป็นการตรวจด้วยเทคนิค Real-time PCR จากของเหลวจากตุ่มน้ำที่ผิวหนัง ลำคอ หรือจากเลือด 

การรักษา โรคฝีดาษวานร

เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ในผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ ส่วนใหญ่รักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ และดูแลผิวหนังให้สะอาด ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันต่ำและมีอาการรุนแรง การพิจารณารับไว้ดูแลรักษาในโรงพยาบาลขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ การพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสที่ยังอยู่ในการศึกษาวิจัยขององค์การอนามัยโลก ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ  

การป้องกันโรคฝีดาษวานร

คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วย สัตว์ที่เป็นพาหะโดยเฉพาะลิง และสัตว์ฟันแทะ หมั่นล้างมือด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อย ๆ  โดยเฉพาะหลังสัมผัสสัตว์ หรือสิ่งของสาธารณะ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง บาดแผล เลือด น้ำเหลืองของสัตว์  ใส่หน้ากากอนามัย เมื่อต้องเดินทางไปยังสถานที่เสี่ยงมีการแพร่ระบาด หลีกเลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง แผล ตุ่มหนอง หรือตุ่มน้ำใส จากผู้มีประวัติเสี่ยง หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานรสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป สามารถรับวัคซีนได้ที่สภากาชาดไทย     

หากพบตุ่มหนองผิดปกติขึ้นตามร่างกายหลังจากมีไข้ ควรแยกกักตัวและพบแพทย์เพื่อตรวจหาเชื้อ  ทั้งนี้ กรมการแพทย์ได้ร่วมกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ จากสมาคมโรคผิวหนัง สมาคมโรคติดเชื้อในเด็กและผู้ใหญ่ ราชวิทยาลัย กรมควบคุมโรค กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยได้มีการเผยแพร่แนวทางปฏิบัติการวินิจฉัย การดูแลรักษาและการป้องกันการติดเชื้อ กรณีโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) ฉบับปรับปรุง ครั้งที่ 2 วันที่ 9 พฤศจิกายน 2566 ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือเพื่อปรับปรุงข้อมูลแนวทางฯ ดังกล่าว ให้เป็นปัจจุบัน โดยขอย้ำว่าตื่นตัวอย่างเข้าใจ  อย่าตื่นตระหนก โรคฝีดาษวานรไม่ติดต่อง่าย เพราะโรคฝีดาษวานรต้องสัมผัสใกล้ชิด ส่วนใหญ่หายได้เอง รักษาตามอาการของโรค 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง