รายงานผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร ปี 2569 จำนวน 48 ราย

นายแพทย์มณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (7 พฤษภาคม 2569) กล่าวว่า ช่วงหลังเทศกาลท่องเที่ยว เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากโรคมีระยะฟักตัวประมาณ 5 – 21 วัน จึงอาจเริ่มทยอยแสดงอาการในระยะนี้ มีโอกาสพบผู้ป่วยเพิ่มเติม และอาจเกิดการระบาดเป็นกลุ่มก้อนในบางพื้นที่ ขณะเดียวกัน การติดตามผู้สัมผัสอาจทำได้ไม่ครบถ้วนในบางกรณี จึงจำเป็นต้องอาศัยการสังเกตอาการและการป้องกันตนเองควบคู่กัน โดยข้อมูล ณ วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 ประเทศไทยมีรายงานผู้ป่วยยืนยันโรคฝีดาษวานร ปี 2569 จำนวน 48 ราย เป็นสายพันธุ์ Clade II 43 ราย และสายพันธุ์ Clade Ib 5 ราย ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อยู่ในช่วงอายุ 18 – 39 ปี โดยช่องทางหลักในการติดเชื้อเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ โดยสถานการณ์ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้ แต่ยังจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง
โรคฝีดาษวานรสามารถติดต่อได้จากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะการสัมผัสผื่นหรือตุ่ม สารคัดหลั่ง หรือการอยู่ใกล้ชิดกันเป็นเวลานาน จึงขอเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ดูแลสุขภาพและป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่มีอาการผิดปกติ รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล และลดพฤติกรรมเสี่ยง เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค สำหรับอาการที่ควรสังเกต ได้แก่ มีไข้ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อย ต่อมน้ำเหลืองโต และมีผื่นหรือตุ่มตามร่างกาย หากมีอาการดังกล่าว โดยเฉพาะหลังเข้าร่วมกิจกรรมหรือเดินทางในช่วงที่ผ่านมา ขอให้รีบไปพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติที่เกี่ยวข้องเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างเหมาะสม
โรคฝีดาษวานรสายพันธุ์ Clade Ib เป็นประเด็นด้านสาธารณสุขที่ต้องเฝ้าระวัง แม้สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในการควบคุม แต่ยังคงมีความเสี่ยงในช่วงระยะฟักตัวของโรค จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการป้องกันและสังเกตอาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการแพร่เชื้อและคงความเชื่อมั่นด้านสาธารณสุขของประเทศ
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรคได้ดำเนินการเชิงรุกในการรณรงค์ให้ความรู้และวิธีป้องกันโรคฝีดาษวานรแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางต่าง ๆ รวมถึงสนับสนุนถุงยางอนามัย เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ นอกจากนี้ ได้เตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวัง การคัดกรอง และการดูแลรักษา พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันควบคุมโรคอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
