รีเซต

ต้องอัปสกิลด่วน ส่องงาน 5 ประเภทที่เอไอยังทำแทนไม่ได้

ต้องอัปสกิลด่วน ส่องงาน 5 ประเภทที่เอไอยังทำแทนไม่ได้
TNN ช่อง16
5 มิถุนายน 2569 ( 15:06 )
5

หนึ่งในความกังวลใจของคนทำงานในยุคนี้ ก็คือการมาถึงของ AI ที่ฉลาดล้ำ ทำได้ทุกอย่าง ตั้งแต่เขียนโค้ด แต่งเพลง ทำกราฟิก ไปจนถึงวิเคราะห์ข้อมูลระดับเทพ อะไรๆ ก็ทำได้หมด จนน่าหวั่นใจไม่รู้ว่าจะโดน AI แย่งงานตอนไหน 

คำตอบคือ AI จะเข้ามาแทนงานจำนวนมากจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเข้ามาแทน "ทุกอาชีพ"สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือ AI กำลังแทนที่ "งาน" มากกว่าแทนที่ "คน"โดยเฉพาะงานที่มีขั้นตอนตายตัว ทำซ้ำได้ และใช้กฎเกณฑ์ชัดเจน เช่น การป้อนข้อมูล การสรุปรายงาน การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น หรือการตอบคำถามลูกค้าแบบมาตรฐาน

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ยังมีสกิลหรือทักษะสำคัญที่ AI ทำได้ยาก และอาจเป็นเกราะป้องกันแรงงานมนุษย์ไปได้อีกนาน และบางอาชีพก็ยังต้องอาศัย “ความเป็นมนุษย์” หัวใจ ร่างกาย และสัญชาตญาณอยู่ดี มาดูกันว่าอาชีพแบบไหนที่ยังรอด 

1. ความเห็นอกเห็นใจและฉลาดทางอารมณ์

 AI อาจตอบคำถามได้เก่ง แต่ยังไม่สามารถเข้าใจความรู้สึก ความเจ็บปวด หรือสร้างความไว้วางใจได้เท่ามนุษย์ ในยุคสังคมสูงวัย ความต้องการบุคลากรที่ดูแลผู้คนโดยตรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

กลุ่มอาชีพที่ได้เปรียบ เช่น พยาบาล นักจิตวิทยา นักกายภาพบำบัด ผู้ดูแลผู้สูงอายุ ผู้บริหารทรัพยากรบุคคล 

2. การแก้ปัญหาในสถานการณ์ที่ไม่ชัดเจน

AI เก่งเมื่อมีข้อมูลครบ แต่โลกจริงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อเกิดวิกฤตหรือสถานการณ์เฉพาะหน้า มนุษย์ยังมีความสามารถในการใช้ประสบการณ์ สัญชาตญาณ และการตัดสินใจที่ซับซ้อนกว่า อาชีพที่ได้เปรียบ เช่นแพทย์ผ่าตัด  แพทย์ฉุกเฉิน ผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ ผู้บริหารระดับสูง 

3. งานช่างงานภาคสนามใช้ความคล่องตัว

แม้หุ่นยนต์จะทำงานในโรงงานได้ดี แต่การทำงานในสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยังเป็นเรื่องยากสำหรับ AI ยิ่งหลายประเทศกำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานสายช่าง ทำให้ความต้องการกลุ่มนี้ยังสูง อาชีพที่ได้เปรียบ เช่นช่างไฟฟ้า ช่างประปา ช่างแอร์ ช่างซ่อมรถ ทันตแพทย์ 

4. ความคิดสร้างสรรค์เชิงกลยุทธ์

AI สามารถสร้างเนื้อหาได้ แต่ยังไม่สามารถเข้าใจบริบททางธุรกิจ วัฒนธรรม และพฤติกรรมมนุษย์ได้ลึกเท่าคน ดังนั้นคนที่สามารถคิดนอกกรอบ วางกลยุทธ์ และเชื่อมโยงข้อมูลหลายมิติ จะยังเป็นที่ต้องการ

อาชีพที่ได้เปรียบ เช่น Creative Director นักวางกลยุทธ์ธุรกิจ   นักการตลาดเชิงกลยุทธ์ Event Organizer นักเจรจาต่อรอง 

5. งานที่ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย

AI อาจช่วยวิเคราะห์หรือเสนอคำตอบได้แต่ไม่สามารถรับผิดชอบต่อผลเสียหายที่เกิดขึ้นได้ดังนั้นงานที่ต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพ การรับรองเอกสาร หรือการตัดสินใจที่มีผลทางกฎหมาย ยังต้องใช้มนุษย์เป็นผู้รับผิดชอบ

อาชีพที่ได้เปรียบ เช่นทนายความ ผู้พิพากษา  ผู้ตรวจสอบบัญชี  วิศวกรผู้ออกแบบและเซ็นรับรอง  แพทย์


  

นอกจากนั้นในยุค AI ไม่ได้แค่เปลี่ยนงาน แต่ต้องเปลี่ยนวิธีเก็บเงิน เพราะวันนี้ความเสี่ยงไม่ได้มีแค่เศรษฐกิจถดถอย แต่รวมถึงความเสี่ยงที่ "ทักษะล้าสมัย" และ "รายได้หายไป" ด้วย โดยสิ่งที่ต้องคำนึงอย่างแรกคือเงินสำรองต้องมากกว่าเดิม -เดิมทีผู้เชี่ยวชาญการเงินมักแนะนำให้มีเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือนแต่ในยุคที่การแข่งขันในตลาดแรงงานสูงขึ้น และการหางานใหม่อาจใช้เวลานานกว่าเดิม หลายฝ่ายเริ่มแนะนำให้ขยายเป็น 6-12 เดือนของค่าใช้จ่าย เพราะเงินก้อนนี้ไม่ได้มีไว้แค่รับมือเหตุฉุกเฉิน แต่เป็น "เวลาซื้อโอกาส" ให้เราอัปสกิลหรือเปลี่ยนอาชีพได้โดยไม่ต้องรีบตัดสินใจ

การเรียนรู้กลายเป็นค่าใช้จ่ายจำเป็น-เมื่อก่อนการเรียนเพิ่มเติมอาจเป็นทางเลือกแต่วันนี้อาจกลายเป็นต้นทุนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นคอร์ส AI ใบรับรองวิชาชีพ ทักษะดิจิทัล หรือเครื่องมือใหม่ ๆ ล้วนเป็นการลงทุนเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดแรงงานในอนาคต "กองทุนอัปสกิล" อาจสำคัญไม่แพ้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ต้องมีรายได้มากกว่าหนึ่งทาง-บทเรียนสำคัญของยุคดิจิทัลคือ การพึ่งพาเงินเดือนเพียงช่องทางเดียวมีความเสี่ยงมากขึ้น  คนที่ใช้ AI เป็น สามารถสร้างรายได้เสริมได้หลากหลาย ตั้งแต่การทำคอนเทนต์ รับงานฟรีแลนซ์ วิเคราะห์ข้อมูล ไปจนถึงการสร้างธุรกิจออนไลน์ด้วยต้นทุนที่ต่ำลง

ลงทุนไปกับผู้ชนะของโลกใหม่-หาก AI และเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนโลก เงินลงทุนก็ควรมีส่วนร่วมกับการเปลี่ยนแปลงนั้นด้วย หลายคนจึงเริ่มกระจายเงินไปยังกองทุนหรือสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เซมิคอนดักเตอร์ ดาต้าเซ็นเตอร์ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต

หนี้แพงคือความเสี่ยงอันดับต้น ๆ -ในยุคที่ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น หนี้ดอกเบี้ยสูงยิ่งกลายเป็นภาระหนักโดยเฉพาะหนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล หรือรายจ่ายแฝงจากค่าสมาชิกรายเดือนที่หลายคนจ่ายทิ้งไว้โดยไม่รู้ตัวยิ่งภาระคงที่น้อยเท่าไร ความยืดหยุ่นทางการเงินก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น


โจทย์ของคนทำงานในยุค AI อาจไม่ใช่แค่ "จะรักษางานไว้อย่างไร"แต่คือ "จะทำให้การเงินอยู่รอดได้อย่างไร หากงานเปลี่ยนเร็วกว่าที่คิด"ดังนั้นสินทรัพย์ที่สำคัญที่สุดในอนาคต อาจไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่รถ หรือแม้แต่เงินในบัญชีแต่คือ "ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งใหม่" ที่จะทำให้เราปรับตัวได้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

 


ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง