รีเซต

3 ฉากทัศน์ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ชี้ชะตานายกฯและครม. 26 มี.ค. รู้กัน อยู่ต่อ ยุบสภา หรือ เกมเปลี่ยน?

3 ฉากทัศน์ "อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ชี้ชะตานายกฯและครม. 26 มี.ค. รู้กัน อยู่ต่อ ยุบสภา หรือ เกมเปลี่ยน?
TNN ช่อง16
25 มีนาคม 2568 ( 18:54 )
15

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ การถ่วงดุลอำนาจการเมืองที่สำคัญ

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเครื่องมือของฝ่ายค้านในการตรวจสอบความโปร่งใสและถ่วงดุลอำนาจของรัฐบาล ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ของระบบรัฐสภาไทย โดยในอดีตเคยทำให้หลายรัฐบาลต้องพ้นจากตำแหน่งไปได้ เช่น 

- ปี 2518 รัฐบาลผสมของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย ที่นายกฯแพ้มติ ไม่ไว้วางใจ จากสภาโดยตรง


โดยครั้งนี้ฝ่ายค้าน เลือกอภิปรายพุ่งประเด็นไปที่ตัว นายกรัฐมนตรีเจนวาย หรือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทย  เธอคือนายกฯคนที่ 5 จากประวัติศาสตร์ไทย ที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจเพียงคนเดียว ด้วยข้อกล่าวหาต่างๆที่ว่า มีปัญหาในการบริหารราชการแผ่นดิน มีดีลแลกประเทศเพื่อประโยชน์ส่วนตน ขาดวุฒิภาวะผู้นำ ไม่สามารถควบคุมพรรคร่วมรัฐบาลได้  
แก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ ถูกชี้นำจากนายกฯนอกระบบ ไม่ซื่อสัตย์สุจริตและยังรับคนที่ขาดคุณสมบัติมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี 

ไม่แน่ใจว่าข้อกล่าวหานี้จะทำให้เธอ ไม่ได้รับความไว้วางใจจาก สส.ฝ่ายรัฐบาลด้วยหรือไม่? ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 กำหนดว่ามติ “ไม่ไว้วางใจ” รัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียง มากกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนสมาชิกที่มีในสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันมี 493 คน เท่ากับว่าต้องได้เสียงเกิน 247 เสียงขึ้นไป จึงจะได้รับความ ไว้วางใจจากสภาผู้แทนราษฎร แต่หากกลับกัน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 167 (1)  หากนายกฯ ไม่ได้รับ ความไว้วางใจ จะมีผลทำให้ รัฐมนตรีทั้งคณะ ต้องพ้นจากตำแหน่งไปด้วย

แม้ข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านจะเป็นการเปิดแผล และ ลดทอนความเชื่อมั่นรัฐบาล แต่ฝั่งรัฐบาลกลับมองว่ามีแต้มต่อ เนื่องจากข้อกล่าวหานั้น เลื่อนลอย ขาดความเป็นรูปธรรม ประหนึ่งละครจากจินตนาการ  ขาดหลักฐานที่ยากจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นเรื่องจริง

คาด 3 ฉากทัศน์ของอภิปรายไม่ไว้วางใจ 2568
1. ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ ไป 
เนื่องจากข้อกล่าวหาที่เบาบาง ไม่อาจเปลี่ยนใจเพิ่มเสียงจากฝั่งของรัฐบาลไทย ประกอบกับกูรูทางการเมืองหลายท่านมองว่า แม้ความสามัคคีในพรรคร่วมขณะนี้จะทุลักทุเลแต่ทุกฝ่ายก็ยังไม่พร้อมที่จะ แตกหัก 

2. ลาออก หรือ ยุบสภา แม้ผ่านการอภิปรายมาได้
เหมือนสมัยนายบรรหาร ศิลปอาชา ปี 2539 หลังถูกต่อรองกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลหลังการอภิปราย จนต้องประกาศยุบสภา  หรือสมัย พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ บิ๊กจิ๋ว ที่แม้จะผ่านการอภิปรายมาได้ แต่กลับต้องเจอวิกฤตการเงินครั้งรุนแรง ต้มยำกุ้ง ทำให้สุดท้ายลาออกจากตำแหน่ง หลังการอภิปรายจบลงเพียงแค่ 2 เดือน

3.ตัดเนื้อร้าย เปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ใน ครม.
ในศึกซักฟอกที่แม้ไม่สามารถทำให้นายกฯหรือรัฐมนตรี ต้องหลุดจากตำแหน่งตามกระบวนการ แต่แน่นอนว่า แผลที่เกิดขึ้นทั้งจากข้อกล่าวหาของฝ่ายค้าน อาจทำให้รัฐมนตรีบางรายหลุดจากตำแหน่งได้ เพื่อลดแรงเสียดทานทางการเมือง และเรียกความเชื่อมั่นกลับมา

ไม่ว่าอย่างไรผู้เขียนมองว่าการอภิปรายในครั้งนี้ กลับมีมุมบวกกับตัวนายกรัฐมนตรี เพราะหากโต้แย้งคำครหาได้ดี นี่จะเป็นเวทีให้ นายกฯได้แสดงสปิริตความเป็นผู้นำ พ้นเงาของคุณพ่อ สร้างความน่าเชื่อถือ รู้ข้อสอบ ไปกำจัดจุดอ่อนของตัวเองที่ฝ่ายค้านเอามาโจมตี แต่ประชาชนจะเชื่อมั่น หรือ ศรัทธาแค่ไหน ไม่ได้อยู่ที่สื่อนำเสนอ แต่อยู่ที่คำตอบของท่านนายกฯและประชาชนเขาจะเป็นผู้พิจารณาและตัดสินเอง
 

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง