ไร้เงา “โมจตาบา คาเมเนอี”แต่อิหร่านเดินหน้าต่อได้ ใครที่กำลังบริหารอิหร่าน ?

เกือบ 1 สัปดาห์แล้วที่ “โมจตาบา คาเมเนอี” ลูกชายของอยาตอเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดของอิหร่าน แม้จะเพิ่งออกแถลงการณ์แรกออกมาแต่เขายังคงเป็นเหมือน “เงา” ที่ยังไม่ออกมาปรากฏตัวต่อสาธารณะ ท่ามกลางสถานการณ์สู้รบระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่ออิหร่านที่ยังไม่ยุติลง
ชาวอิหร่านทั้งประเทศรวมไปถึงกลุ่มที่เป็นพันธมิตรของอิหร่าน เริ่มรับรู้แนวคิดและท่าทีของอิหร่านต่อจากนี้ภายใต้การนำของโมจตาบา คาเมเนอี เป็นครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังการถ่ายทอดสดแถลงการณ์ฉบับยาวของโมจตาบา และวันถัดมาซึ่งถือเป็นทั้งวันศุกร์แรกของเขาในฐานะผู้นำสูงสุด และยังตรงกับวันสำคัญของอิสลามอย่าง “วันคุดส์” หรือ Al Quds Day ซึ่งตรงกับวันศุกร์สุดท้ายของเดือนรอมฎอน ที่ปกติแล้วเป็นโอกาสที่ผู้นำสูงสุดของอิหร่านจะออกมาปรากฏตัวต่อสาธารณะ แต่ครั้งนี้ โมจตาบากลับไม่ได้ปรากฏตัว จนถึงตอนนี้เป็นเวลา 6 วันแล้วนับตั้งแต่เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำสูงสุด แต่ประชาชนชาอิหร่านก็ยังไม่เคยเห็นตัวเขาหรือได้ยินเสียงของเขาเลย
-โมจตาบา คาเมเนอี หายไปไหน ?
ก่อนหน้านี้ CNN เคยรายงานว่าโมจตาบา คาเมเนอี ได้รับบาดเจ็บกระดูกเท้าแตกและดวงตาซ้ายฟกช้ำรวมถึงมีบาดแผลเล็กน้อยบนใบหน้า จากปฏิบัติการร่วมของสหรัฐฯ และอิสราเอลในุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จนกระทั่งในเวลาต่อมา บุตรชายของประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ได้ออกมาเปิดเผยว่า โมจตาบาได้รับบาดเจ็บจริง แต่อยู่ในสถานที่ปลอดภัยและมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ขณะที่ฝั่ง พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่ามีความเป็นไปได้ว่าโมจตาบาอาจมี “ใบหน้าที่ผิดรูปจากการบาดเจ็บ” หลังจากเคยมีการส่งสัญญาณจากฝั่งอิสราเอลว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านก็จะตกเป็นเป้าหมายโจมตีเช่นกัน
แต่การที่โมจตาบาไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ แทบไม่ได้ลดทอนความศรัทธาของผู้สนับสนุนรัฐบาลหลายพันคนที่ออกมาชุมนุมบนท้องถนนเพื่อประกาศความจงรักภักดีต่อเขา แต่ก็เลี่ยงไม่ได้เช่นกันว่าการที่ผู้นำคนใหม่ของอิหร่านยังคง “ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ” ได้ก่อให้เกิดคำถามสำคัญว่า
“แล้วใครกันแน่ที่กำลังบริหารอิหร่าน ในช่วงเวลาที่กำลังอยู่ในภาวะสงคราม?”
-ผู้นำใน “เงามืด”
ตลอดเกือบ 4 ทศวรรษที่ผ่านมาโมจตาบา คาเมเนอี มักทำงานอยู่ “เบื้องหลัง” ในช่วงที่พ่อของเขาปกครองอิหร่าน แต่โมจตาบาคือหนึ่งในผู้ที่มีอิทธิพลทางการเมืองของอิหร่านอยู่ไม่น้อย เพียงแค่เขาแทบไม่ค่อยปรากฏตัวต่อสาธารณะเท่านั้น แต่เมื่อเขาถูกผลักดันขึ้นสู่ตำแหน่งที่มีอำนาจที่สุดของอิหร่าน CNN รายงานว่าการที่เขายังคงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะก็ยิ่งสะท้อนให้เห็นถึง ลักษณะอำนาจที่กำลังเปลี่ยนไปในสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน นั่นคือ ในระบบการเมืองของอิหร่านในปัจจุบันรวมถึงสถาบันต่าง ๆ และหน่วยงานด้านความมั่นคงที่มีความสำคัญ “มากกว่าตัวบุคคล” ที่อยู่บนจุดสูงสุดของอำนาจ
บรรดานักบวชชีอะห์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐได้เรียกร้องให้ผู้ศรัทธาประกาศความจงรักภักดีต่อผู้นำคนใหม่ โดย “มามุด คาริมี” หนึ่งในนักบวชที่ทรงอิทธิพลของอิหร่านเคยกล่าวเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า “แค่เรื่องที่ไม่มีใครเคยเห็นตัวโมจตาบามาก่อน นั่นก็บอกอะไรได้มากพอเกี่ยวกับตัวตนของเขาแล้ว” ซึ่งจากคำพูดของนักบวชคนนี้สะท้อนว่าการตีความตัวตนของโมจตาบาในหมู่นักบวชของอิหร่านนั้น คือ “ความลึกลับ” และการที่โมจตาบาไม่ปรากฏตัวเป็นคุณสมบัติที่ดี “ไม่ใช่จุดอ่อน”
แต่อีกด้านหนึ่งในหมู่ผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล การที่ผู้นำคนใหม่แทบไม่มีตัวตนในที่สาธารณะทั้งในความหมายตรงตัวและเชิงสัญลักษณ์กลับกลายเป็นเรื่องให้ถูก “ล้อเลียน” เพราะในช่วงที่ผ่านมามีการเผยแพร่ภาพ AI ที่ทำให้โมจตาบา คาเมเนอีดูเหมือนหุ่นกระดาษแข็งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้และกลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลมีเดีย พร้อมกับข้อความล้อเลียนความลึกลับของเขา จนชาวอิหร่านบางคนมองว่า โมจตาบา คาเมเนอี คือ “ผู้นำสูงสุดแห่ง AI” มากกว่า
-วัฒนธรรมการเมืองที่หล่อหลอมจากตำนานและประวัติศาสตร์
โมจตาบา คาเมเนอี ใช้เวลาหลายปีทำงานอยู่เบื้องหลังของระบบการเมืองและโครงสร้างความมั่นคงขนาดใหญ่ของอิหร่านโดยแทบไม่แสดงบทบาทต่อสาธารณะเลย ตลอดเกือบ 4 ทศวรรษ ดังนั้นการก้าวขึ้นสู่อำนาจอย่างกะทันหันของเขาในช่วงสงคราม รวมถึงความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการมีอยู่ของเขา ได้สะท้อนภาพลักษณ์ที่ฝังรากลึกอยู่ในตำนานทางการเมืองของอิสลามและในนิกายชีอะห์ที่เป็นรากฐานของประเทศนี้
อาราช อาซิซี นักประวัติศาสตร์และนักวิเคราะห์ชาวอิหร่านเชื้อสายอเมริกันจากมหาวิทยาลัยเยล (Yale University) กล่าวว่า การเสียชีวิตของผู้นำสูงสุดคนก่อน ทำให้รัฐบาลอิหร่านพยายามทำให้เรื่องนี้เป็นการสังหารที่มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ในฐานะว่า อาลี คาเมเนอี คือ “ผู้พลีชีพ” และเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลอิหร่านก็กำลังใช้รูปแบบเดียวกันกับโมจตาบา ด้วยการยกย่องเขาในฐานะลูกชายของ “อิหม่ามผู้พลีชีพ” ด้วย
ยิ่งกว่านั้น อาซิซีอธิบายว่าการที่มีเจ้าหน้าที่ของอิหร่านออกมายอมรับถึงอาการบาดเจ็บของโมจตาบา เป็นการพยายามทำให้โมจตาบาอยู่ในสถานะเดียวกับเรื่องราวของนักบุญชีอะห์จาก “Battle of Karbala” หรือ ยุทธการแห่งคาร์บาลา ซึ่งคือโศกนาฏกรรมทางประวัติศาสตร์อิสลามซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ความต่างระหว่างนิกาย “ซุนนี” และ “ชีอะห์” ชัดเจนขึ้นมาจนถึงปัจจุบัน
และเพราะเหตุนี้จึงทำให้ชาวอิหร่านและผู้ที่จงรักภักดีต่อรัฐบาล แทบจะไม่แสดงความกังวลต่อการที่ผู้นำคนใหม่ของพวกเขาไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะและดูเหมือนยินดีที่จะรอให้เขาปรากฏตัวในเวลาที่เหมาะสม เพราะประสบการณ์จากสงครามในอดีตทำให้ผู้สนับสนุนรัฐบาลจำนวนมากเข้าใจข้อจำกัดในช่วงเวลาสงครามได้เป็นอย่างดี
-ระบบอำนาจเบื้องหลังบัลลังก์ผู้นำสูงสุด
ดร. ซานัม วาคิล ผู้อำนวยการโครงการตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือของ Chatham House สถาบันวิจัยด้านกิจการระหว่างประเทศระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน กล่าวว่ารัฐบาลอิหร่านสามารถดำเนินงานไปได้ช่วงหนึ่งแม้ผู้นำจะไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะ เพราะการที่โมจตาบาไม่ปรากฏตัวไม่ได้ทำให้ความชอบธรรมของเขาลดลงทันทีในระยะสั้น โดยเฉพาะหากสถาบันสำคัญยังคงทำงานต่อไป และการตัดสินใจต่าง ๆ ดูเหมือนจะประสานกันได้
แม้ว่านักวิเคราะห์บางคนจะมองว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในอิหร่านตอนนี้ ไม่ใช่การปรากฏตัวของผู้นำสูงสุด แต่เป็นความเป็นเอกภาพของสถาบันต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้อำนาจของเขา ซึ่งสถาบันเหล่านั้น ยกตัวอย่าง เช่น หน่วยงานความมั่นคงที่ทรงอำนาจที่สุดอย่าง กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นผู้กำหนดยุทธศาสตร์ในช่วงสงคราม ไม่ว่า โมจตาบาจะปรากฏตัวหรือไม่ก็ตาม เพราะการแต่งตั้งโมจตาบาขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดอาจเพียงพอแล้วที่จะสร้างความชอบธรรมทางการเมืองที่จำเป็นเพื่อให้ผู้นำทางทหารที่นำโดย IRGC สามารถดำเนินสงครามต่อไปภายใต้สิ่งที่รัฐบาลอิหร่านเรียกว่า “สงครามรอมฎอน”
อาซิซี นักประวัติศาสตร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า องค์ประกอบเหล่านี้มากกว่าการเป็นผู้กุมอำนาจที่แท้จริงในอิหร่านไม่ใช่ตัวของโมจตาบา ถึงแม้ว่าในที่สุดเขาจะปรากฏตัวต่อสาธารณะในอนาคต ดังนั้น อาซิซีจึงมองว่า ในตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องพาผู้นำสูงสุดคนใหม่ออกมาเปิดตัวต่อสาธารณะ นอกจากเรื่องความปลอดภัย โมจตาบาเองก็กำลังทำหน้าที่ตามที่รัฐบาลต้องการอยู่แล้วในขณะนี้
แต่สิ่งที่ยังต้องจับตาคือจะเกิดอะไรขึ้นหลังสงครามสิ้นสุดลง โดยที่ ดร. ซานัม วาคิล มองว่า หลังสงครามหรือหากเกิดสถานการณ์ที่ท้าทายมากขึ้น ชนชั้นนำทางการเมืองอิหร่านไม่ใช่แค่ประชาชน จะต้องการสัญญาณที่ชัดเจนมากขึ้นว่าโมจตาบาจะสามารถใช้อำนาจสูงสุดที่เขาได้มาจริง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
