5 ข้อเช็ก ให้ชัวร์ก่อนเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิง

นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรม สบส. กล่าวว่า ปัจจุบัน ประชาชนหันมาเลือกใช้บริการสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงมากขึ้น เนื่องจากบางครอบครัวไม่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้ ดังนั้นการเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุ ควรตรวจสอบการว่ามีการขออนุญาตและดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีระบบการดูแลที่เหมาะสมอย่างรอบด้านหรือไม่ เพราะหากเลือกใช้บริการจากสถานที่ที่ไม่ได้มาตรฐาน ย่อมก่อให้เกิดความเสี่ยงทั้งด้านสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิต กรม สบส. จึงขอแนะนำประชาชนให้ เช็ก 5 ข้อ ก่อนเลือกใช้บริการ ดังนี้
1.เช็กใบอนุญาตประกอบกิจการและความเหมาะสมของสถานที่
2. บุคลากรดูแล ตรวจสอบจำนวนบุคลากรให้เพียงพอต่อผู้รับบริการ และมีความรู้ผ่านการอบรมตามที่กำหนด
3. ระบบรับมือเหตุฉุกเฉิน มีอุปกรณ์ช่วยเหลือ ระบบป้องกันอัคคีภัย ทางหนีไฟ และแนวทางส่งต่อผู้รับบริการไปยังสถานพยาบาล
4. กิจกรรมส่งเสริมคุณภาพชีวิต
มีกิจกรรมเหมาะสมกับวัยและสภาพร่างกาย ส่งเสริมสุขภาพกาย สุขภาพจิต และลดความรู้สึกโดดเดี่ยว และ
5. ช่องทางติดต่อครอบครัว สามารถติดต่อผู้รับบริการได้ พร้อมได้รับข้อมูลสุขภาพและความเป็นอยู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถติดตามดูแลและประสานงานได้ทันทีหากเกิดความผิดปกติหรือเหตุจำเป็น
ด้านทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรม สบส. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุหรือผู้มีภาวะพึ่งพิงที่ดี ไม่ควรพิจารณาเพียงเพราะว่ามีสถานที่สวยงามหรือค่าใช้บริการเหมาะสม แต่ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องตามกฎหมาย คุณภาพการดูแล และความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นสำคัญ และขอให้ประชาชนและครอบครัวที่กำลังเลือกสถานดูแลผู้สูงอายุใช้เวลาในการตรวจสอบข้อมูลและเข้าเยี่ยมชมสถานที่จริงก่อนตัดสินใจเลือกใช้บริการ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้สูงอายุหรือผู้ภาวะพึ่งพิงตกอยู่ในความเสี่ยง ทั้งนี้ หากพบเห็นสถานดูแลที่สงสัยว่าอาจดำเนินการไม่ถูกต้องหรือไม่ได้มาตรฐาน สามารถแจ้งข้อมูลมายังศูนย์รับเรื่องร้องเรียน กรม สบส. โทร. 0 2193 7057 หรือศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพ ทั้ง 12 เขตทั่วประเทศ เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
