แข่งกันลดค่าไฟ ? เปรียบเทียบ นโยบายเด่น ด้าน "พลังงาน" 4 พรรคการเมือง "เลือกตั้ง 69"

ส่องนโยบายเด่น "พลังงาน" 4 พรรคการเมือง "เลือกตั้ง 2569"
นับถอยหลังสู่วันเลือกตั้งใหญ่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พรรคการเมืองขนาดใหญ่ต่างเร่งชูนโยบายด้านพลังงานเพื่อเชื่อมโยงกับการแก้ปัญหาค่าครองชีพ โครงสร้างพลังงาน และการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว
มีตั้งแต่การลดค่าไฟ การส่งเสริมพลังงานสะอาด ไปจนถึงการปรับโครงสร้างด้านพลังงานของประเทศ นโยบายเหล่านี้สะท้อนความพยายามของพรรคการเมืองในการตอบโจทย์ทั้งปากท้องประชาชน และการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจหลักของโครงการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในทศวรรษหน้า
TNN WEALTH รวบรวมนโยบายเด่นด้านพลังงานของ 4 พรรคพรรคการเมืองใหญ่ ซึ่งต่างมีแนวคิดที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ความท้าทายเชิงโครงสร้างพลังงานและปัญหาค่าครองชีพ
เช่น พรรคเพื่อไทย เน้นลดต้นทุนโดยตรงและปรับระบบพลังงานเพื่ออำนวยผลกระทบเชิงลบต่อครัวเรือน ขณะที่ "พรรคภูมิใจไทย" ผสานค่าไฟกับพลังงานสะอาดและโครงสร้างเปิดเสรี ด้าน "พรรรคประชาธิปัตย์" ส่งเสริมการเปิดตลาดและสร้างศูนย์กลางพลังงานสะอาดระดับภูมิภาค รวมไปถึง "พรรคประชาชน" เด่นที่การปฏิรูปโครงสร้างทั้งระบบเพื่อความเป็นธรรมและการแข่งขันมากขึ้น โดยมีรายละเอียดแต่ละพรรคดังนี้
"พรรคเพื่อไทย"
พรรคเพื่อไทยชูนโยบาย เน้นไปที่โครงการที่จับต้องได้ใกล้ตัว เช่น ลดค่าไฟฟ้า ให้ต่ำกว่า 3.70 บาทต่อหน่วย ยกระดับระบบขนส่งสาธารณะ ผ่านโครงการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย และรถโดยสารประจำทางติดแอร์ในราคา 10 บาท ควบคู่ไปกับการสร้างระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางให้ครอบคลุมและสะดวกสบายยิ่งขึ้น นับเป็นการลดภาระค่าครองชีพของประชาชนทางอ้อม และจูงใจเข้าสู่ระบบขนส่งสาธารณะซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในการเดินทางของประชาชน
นอกจากนี้ พรรคยังประกาศ ยกเลิก Adder หรือส่วนเพิ่มราคาซื้อไฟจากพลังงานหมุนเวียนบางรูปแบบ เพื่อกำจัดต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และผลักดันให้ระบบพลังงานไทยเปิดรับเทคโนโลยี โดยเฉพาะพลังงานสะอาดและพลังงานทางเลือกเพื่อลดการพึ่งพิงพลังงานแบบดั้งเดิม เพิ่มความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนการศึกษา วิจัยพลังงานอนาคต รวมถึงผลักดันให้ไทยเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net Zero ภายในปี 2050 ในกรอบ SDGs เร่งเจรจาพื้นที่ทับซ้อนเพื่อเพิ่มแหล่งก๊าซธรรมชาติที่มีราคาถูกและสามารถสร้างรายได้ให้ภาครัฐจากค่าภาคหลวง
"พรรคภูมิใจไทย"
พรรคภูมิใจไทยนำเสนอแผนเรื่องลดภาระค่าไฟฟ้าเช่นกัน ผ่านการปรับโครงสร้างพลังงานเพื่อให้ต้นทุนไฟฟ้าต่ำลง โดยกำหนดค่าไฟ ไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย สำหรับผู้ใช้ทั่วไปโดยไม่พึ่งงบอุดหนุนจากรัฐ นอกจากนี้ยังมีนโยบาย “ฟรีหลังคาโซล่าเซลล์ ลดค่าไฟฟ้า หลังคาเรือนละ 450 บาท มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อน เดือนละ 100 บาท 60 งวด” เป็นการเดินหน้าโครงการโซลาร์บนหลังคาประชาชน (Solar Rooftop) และระบบ Direct PPA เพื่อให้ผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดรายเล็ก–กลางสามารถขายไฟให้กับระบบได้โดยตรง ลดการผูกขาดของระบบเดิม
ภายใต้แนวคิดเสรีไฟฟ้าสีเขียว นโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส ซึ่งผลักดันให้ทำธุรกิจตอบโจทย์กับสิ่งแวดล้อม เชื่อมต่อกับการดึงดูดการลงทุนต่างชาติ ด้านพลังงานสะอาดและลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลในระยะยาว โดยคาดว่าจะติดตั้ง 21 ล้านหลังคาเรือน ประหยัดค่าไฟ 450 บาท เป็นการ ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ สร้างงานมหาศาล และอาจจะทำให้ไทยเป็นฐานการผลิต “โซล่าเซลล์” และปฏิวัติอุตสาหกรรมรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าในไทย และยังครอบคลุมการลดผลกระทบจากมลพิษและฝุ่น PM2.5 ผ่านการสนับสนุนรถเมล์ไฟฟ้า การส่งเสริมเครื่องใช้ไฟฟ้าและสิ่งแวดล้อมที่เป็นมิตรกับชุมชน
"พรรคประชาธิปัตย์"
พรรคประชาธิปัตย์ เป็นอีกหนึ่งพรรคที่มีการประกาศนโยบายเรื่องการลดค่าไฟ ให้เหลือที่ 3.50 บาทต่อหน่วย แต่เน้นย้ำว่าจะไม่ใช่งบประมาณจากภาษีของประชาชน โดยมุ่งไปสู่การเปิดเสรีตลาดไฟฟ้าและผลักดันให้ไทยเป็น ศูนย์กลางพลังงานสะอาดของอาเซียน (ASEAN Power Grid) วางวิสัยทัศน์ให้ไทยเป็นศูนย์กลางของระบบสายส่งไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งจะสร้างรายได้จากการเป็นเส้นทางผ่าน (ค่าผ่านทาง) ของไฟฟ้าที่ส่งจาก สปป.ลาว ไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ โดยคาดว่าจะสร้างรายได้ให้กับประเทศปีละประมาณ 5,000 ล้านบาท พร้อมสนับสนุนการขยายพลังงานหมุนเวียนและโซลาร์รูฟท็อปของประชาชน
พรรคยังเสนอการปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าเพื่อเพิ่มการแข่งขันและลดต้นทุนให้ทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่มีราคาสูง และนำเข้าไฟฟ้าพลังงานสะอาดจาก สปป.ลาว ต่ออายุโรงไฟฟ้าที่หมดสัมปทาน เพื่อใช้เป็นกำลังสำรองราคาถูก โดยไม่ต้องจ่ายค่าความพร้อมใช้ (Availability Payment) เปิดรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ผลิตบนหลังคาบ้านของประชาชน และเชื่อมโยงความยั่งยืนกับการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีสีเขียว และการจัดการมลพิษที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและการท่องเที่ยวของประเทศ
"พรรคประชาชน"
พรรคประชาชน มุ่งเป้าไปที่การปฏิรูปโครงสร้างอุตสาหกรรมพลังงานทั้งระบบ และมีนโยบายเรื่องการลดค่าไฟเช่นกัน โดยระบุไว้ในนโยบาย 100 วันแรก ต้องลดค่าไฟลง 25 สตางค์ และตั้งเป้าจะลดลงอีกจนเหลือประมาณ 3.30 บาทต่อหน่วยภายในปีที่ 4 ของการเป็นรัฐบาล ให้ความสำคัญกับการปฏิรูปโครงสร้างพลังงาน ทลายทุนผูกขาดพลังงาน ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมไฟฟ้าให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี โดยอนุญาตให้มี "สัญญาซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง" (Direct PPA) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตรายอื่นได้โดยตรง
ทบทวนและเจรจาสัญญาสัมปทานกับกลุ่มทุนพลังงานใหม่ เพื่อลดต้นทุนจาก "ค่าความพร้อมจ่าย" (Availability Payment) ของโรงไฟฟ้าที่ไม่ได้เดินเครื่อง พร้อมเป้าหมายยุติการใช้ถ่านหินภายในปี 2040 และขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านสู่ Net Zero 2050 รวมถึงระบบ Smart Grid ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานภายในประเทศ ส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ผ่านนโยบาย "เปลี่ยนหลังคาบ้านเป็นเงิน" โดยเปิดให้ประชาชนขายไฟส่วนเกินคืนเข้าสู่ระบบได้ง่ายขึ้น และใช้บิลค่าไฟเป็นหลักประกันสินเชื่อ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
