สว.ชงรื้อโครงสร้างภาษี "VAT 10%" หุ้น-ทอง-มรดก อุ้มภาระคลัง ลดขาดดุลระยะยาว

คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังของวุฒิสภา เตรียมเสนอแผนปฏิรูปโครงสร้างภาษีครั้งสำคัญต่อรัฐบาล โดยมีข้อเสนอหลักคือการปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% เพื่อเสริมรายได้รัฐและรับมือกับปัญหาการคลังในระยะยาว
ข้อเสนอดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลต่อสถานะการคลังของประเทศที่เผชิญภาวะขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การขาดดุลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 4% ของ GDP ซึ่งสูงกว่ากรอบวินัยการคลังที่กำหนดไว้
นอกจากนี้ แนวโน้มหนี้สาธารณะในช่วงปี 2570–2572 มีโอกาสขยับเข้าใกล้หรือทะลุเพดาน ส่งผลให้รัฐบาลจำเป็นต้องกู้เงินเพิ่ม จึงมีความจำเป็นต้องปรับโครงสร้างรายได้ของรัฐให้สอดคล้องกับภาระรายจ่ายที่สูงขึ้น
ถึงแม้ว่าข้อเสนอดังกล่าวจะสอดคล้องกับการออกมาให้ความเห็นของดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่มีเป้าหมายในการปรับลดภาระการขาดดุลทางการคลังให้อยู่ในระดับไม่เกิน 3% แต่เคยออกมายืนยันก่อนหน้านี้ว่าจะไม่มีการขึ้นภาษี VAT เป็น 10 % ภายในปี 2570
ในขณะที่แผนปฏิรูปที่คณะกรรมาธิการด้านเศรษฐกิจ การเงิน และการคลังของวุฒิสภา เตรียมเสนอต่อรัฐสภานั้นครอบคลุม 5 ด้านสำคัญ ได้แก่
1. ยกระดับระบบจัดเก็บภาษี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บด้วยเทคโนโลยีและ AI พร้อมปรับบทบาทหน่วยงานให้มีความโปร่งใสและเป็นอิสระมากขึ้น
2. ปรับภาษีฐานรายได้ โดยการขยายฐานผู้เสียภาษี เชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ และเพิ่มแรงจูงใจด้านการออม รวมถึงจัดเก็บภาษีจากแพลตฟอร์มดิจิทัลและบริษัทข้ามชาติ เช่นการให้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซทำหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย 2% ของรายได้จากยอดขาย
3. ปรับภาษีฐานการบริโภค โดยเสนอขึ้น VAT เป็น 10% และขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมธุรกิจมากขึ้น รวมถึงการจัดเก็บภาษีธุรกรรมในตลาดทุน เช่นปรับเพิ่มภาษีเงินได้ หัก ณ ที่จ่ายสำหรับบุคคลที่ได้รายรับจากเงินปันผล เกิน 10 ล้านบาท รวมถึงจัดเก็บ VAT กิจการธุรกิจอย่างเต็มระบบ โดยไม่ยกเว้นเกณฑ์รายได้ ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จัดเก็บภาษีขายหุ้น จัดเก็บภาษีซื้อ-ขายทองคำ เป็นต้น
4. ปรับภาษีฐานทรัพย์สิน เพื่อเพิ่มภาษีที่ดินรกร้าง ปรับเพดานภาษีมรดก และพัฒนาเครื่องมือบริหารทรัพย์สิน เช่น กฎหมายทรัสต์
5. กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น ศึกษาระบบภาษีที่ให้ประชาชนเลือกสนับสนุนท้องถิ่น พร้อมเพิ่มบทบาทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดเก็บรายได้
โดยการปรับโครงสร้างการจัดเก็บภาษีดังกล่าว มีเป้าหมายในการสร้างเสถียรภาพการคลัง รับสังคมสูงวัย ซึ่งรายได้จากการปฏิรูปภาษี โดยเฉพาะการปรับขึ้น VAT จะถูกนำไปใช้ในการพัฒนาระบบสวัสดิการของรัฐ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ รวมถึงลดแรงกดดันด้านหนี้สาธารณะในอนาคต
อีกทั้งข้อเสนอครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความยั่งยืนทางการคลัง สร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และเตรียมพร้อมเศรษฐกิจไทยรับความท้าทายในระยะยาว
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
