รีเซต

“60+ Earth Hour” กทม. รวมปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดการใช้ไฟฟ้า 32 เมกะวัตต์

“60+ Earth Hour”  กทม. รวมปิดไฟ 1 ชั่วโมง  ลดการใช้ไฟฟ้า 32 เมกะวัตต์
TNN ช่อง16
29 มีนาคม 2569 ( 11:40 )

นายเอกวรัญญู อัมระปาล โฆษกของกรุงเทพมหานคร เปิดเผยผลความสำเร็จของการจัดกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน ปี 2569 (60+ Earth Hour 2026) ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ร่วมกับภาคีเครือข่าย ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนรณรงค์และเชิญชวนผู้ประกอบการ อาคาร ร้านค้า ประชาชน ลดการใช้พลังงาน ปิดไฟที่ไม่จำเป็น เช่น ไฟประดับ ไฟอาคาร ป้ายโฆษณา รวมถึงการถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน ลดใช้เครื่องปรับอากาศในบ้านเรือน เป็นเวลา 1 ชั่วโมง พร้อมกับเมืองต่าง ๆ กว่า 7,000 เมือง 190 ประเทศทั่วโลก ในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 20.30 – 21.30 น. 

สำหรับในปีนี้ 3 แลนด์มาร์กของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1. วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร เขตบางกอกใหญ่ 2. เสาชิงช้าและวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เขตพระนคร และ 3. ภูเขาทอง (วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย ร่วมปิดไฟเชิงสัญลักษณ์ด้วย

ผลการคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าช่วงเวลาดังกล่าวในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยการไฟฟ้านครหลวง พบว่า สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 32 เมกะวัตต์ เมื่อเทียบกับการใช้ไฟฟ้าในพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันเสาร์ที่ 21 มีนาคม 2569 ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยสามารถลดค่าไฟฟ้าลงได้กว่า 144,000  บาท ลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ 13.5 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า เทียบได้กับการดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ของต้นไม้ 1,350 ต้น ใน 1 ปี  เทียบกับเที่ยวบินกรุงเทพฯ – เชียงใหม่ จำนวน 112 เที่ยวบิน หรือการใช้รถยนต์ดีเซลเป็นระยะทาง 81,000 กิโลเมตร หรือเทียบกับการปิดไฟครัวเรือน 60,750 ครัวเรือน

กรุงเทพมหานคร ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาภาวะโลกร้อนและปัญหาพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก จึงได้รณรงค์เพื่อกระตุ้นและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนและหน่วยงานทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญ ซึ่งกิจกรรมปิดไฟ 1 ชั่วโมง เพื่อลดโลกร้อน รณรงค์มาตั้งแต่ปี 2551 รวมระยะเวลา 18 ปี ลดการใช้พลังงานได้ 22,617 เมกะวัตต์ สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 12,330 ตัน สำหรับปี 2568 สามารถลดการใช้ไฟฟ้าลงได้ 134 เมกะวัตต์ สามารถลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 58.6 ตัน

กรุงเทพมหานคร ขอความร่วมมือในการลดการใช้พลังงานมาอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมประหยัดพลังงานอย่างยั่งยืนในชีวิตประจำวัน โดยอาจเริ่มจากพฤติกรรมที่ทุกคนสามารถทำได้ง่าย ๆ เช่น ถอดปลั๊กเมื่อไม่ใช้ หรือเปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED ปลูกต้นไม้ ลดการใช้รถยนต์ เดินทางด้วยยานพาหนะสาธารณะให้มากขึ้นเพื่อร่วมกันลดภาวะโลกร้อน

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง