รีเซต

สธ.ปิดเคส "ระยอง-สุขุมวิท" ไม่พบติดเชื้อ "โควิด-19" ขอทุก จว.ยกเลิกกักตัวคนจาก2พื้นที่

สธ.ปิดเคส "ระยอง-สุขุมวิท" ไม่พบติดเชื้อ "โควิด-19" ขอทุก จว.ยกเลิกกักตัวคนจาก2พื้นที่
มติชน
24 กรกฎาคม 2563 ( 16:53 )
131
สธ.ปิดเคส "ระยอง-สุขุมวิท" ไม่พบติดเชื้อ "โควิด-19" ขอทุก จว.ยกเลิกกักตัวคนจาก2พื้นที่
สธ.ปิดเคส “ระยอง-สุขุมวิท” ไม่พบติดเชื้อ “โควิด-19” ขอทุก จว.ยกเลิกกักตัวคนจาก2พื้นที่

ความคืบหน้าการสอบสวนโรคและตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 จากกรณีเด็กหญิงวัย 9 ขวบ ลูกอุปทูตซูดาน ติดเชื้อแล้วเข้าพักในคอนโดมิเนียม Condo One X Sukhumvit 26 ซอยสุขุมวิท 26 กรุงเทพมหานคร และกรณีกลุ่มนายทหารชาวอียิปต์และลูกเรือรวม 31 ราย ที่มี 1 ราย ติดเชื้อและเข้าพักในโรงแรมดีวารี (Dvaree) จ.ระยอง นั้น

เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค และคณะ แถลงสรุปสถานการณ์สอบสวนโรคและค้นหาผู้ติดเชื้อใน จ.ระยอง และพื้นที่ย่านสุขุมวิท กรุงเทพมหานคร ว่า จากทั้ง 2 กรณี กรมควบคุมโรคพร้อมกับทีมปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ (CTCU) ทีมเฝ้าระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว (SRRT) ร่วมกับหน่วยงานอื่น สอบสวนโรคในพื้นที่ โดยนำรถพระราชทานตรวจหาเชื้อที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำเก็บตัวอย่างหาเชื้อให้กับประชาชนในพื้นที่ กำหนดเวลาเฝ้าระวัง 14 วัน และในวันนี้ครบระยะเวลาเฝ้าระวังแล้ว ผลการดำเนินงาน ไม่พบรายงานผู้ป่วยติดเชื้อแม้แค่รายเดียว และการตรวจหาเชื้อเชิงรุก จำนวน 7,280 ราย แบ่งเป็น จ.ระยอง 6,916 ราย กรุงเทพฯ 364 ราน ผลไม่พบเชื้อทุกราย

“การตรวจไม่พบเชื้อ เป็นหลักฐานบ่งชี้ว่ามาตรการดำเนินงานทุกฝ่าย สามารถจำกัดขอบเขตการระบาดในครั้งนี้ได้เสร็จสิ้นแล้ว ผมขอย้ำและสื่อสารกับประชาชนว่า ขอให้เชื่อมั่นในมาตรการป้องกัน ควบคุมโรคของรัฐบาลที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ที่เคร่งครัวตามกฎอนามัยระหว่างประเทศ ทำให้เราตรวจจับโรคที่เข้มข้น รวดเร็ว นำไปสู่การควบคุม ได้เป็นอย่างดี ขอให้ทุกจังหวัดยกเลิกการกักตัวผู้เดินทางเข้าจังหวัดที่มีประวัติออกจากพื้นที่ทั้ง 2 แห่ง” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

นพ.สุวรรณชัย กล่าวว่า หากมีการติดเชื้อในประเทศ ขอให้เจ้าของพื้นที่ทำการปฏิบัติตามตามแนวทางการปิดสถานที่ ที่กรมควบคุมโรคในฐานะสำนักงานเลขานุการคณะกรรมการโรคติดต่อ ได้แจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดได้ทราบแล้ว ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา สิ่งนี้มีความหมายคือ ตั้งแต่เวลา 15.00 น.ของวันนี้เป็นต้นไป ประชาชน จ.ระยอง และชาวกรุงเทพฯ ในพื้นที่เกี่ยวข้อง สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ กิจการใดๆ ก็สามารถไปได้อย่างไร้ข้อกังวล อย่างไรก็ตาม ยังต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดการป้องกันโรคที่ราชการกำหนด ได้แก่ 1.การสวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลาในการเข้าพื้นที่สาธารณะ 2.ล้างมือให้บ่อย 3.เว้นระยะห่างสังคม 4.แยกของใช้ส่วนตัว และ 5.ลดความแออัด

“ขอให้ประชาชนใช้ชีวิตตามปกติ ตามแนวทางวิถีชีวิตใหม่ ด้วยการป้องกันตัวเองให้ห่างจากโรค ย้ำว่าตอนนี้ไม่มีการติดเชื้อผู้ป่วยในประเทศ แต่เราพร้อมเสมอ หากมีรายงานสงสัยหรืออาจเป็นผู้ติดเชื้อที่มาจากต่างประเทศ ทีมปฏิบัติการในการควบคุมโรคที่มีทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทีมเคลื่อนที่เร็วโดยมีการฝึกอบรมทั่วประเทศลงไปยังหน่วยตำบล และการเตรียมการเรื่องของยา หมอ เครื่องมือ เตียงรักษา อย่างเพียงพอ แม้ว่ามีการป่วยก็มีความพร้อม และที่สำคัญมีรถพระราชทานฯ กระจายทั่วประเทศทั้ง 12 เขตสุขภาพ เพื่อตอบสนองอย่างรวดเร็วหากเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น” นพ.สุวรรณชัย กล่าว

ด้าน นพ.เอนก มุ่งอ้อมกลาง ผู้อำนวยการสถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) กล่าวว่า ภาพรวมในการส่งทีมเคลื่อนที่เร็วไปปฏิบัติภารกิจ และนำรถพระราชการชีวนิรภัย 13 คัน ลงพื้นที่ไปตรวจหาเชื้อให้กับประชาชน ทั้ง 2 พื้นที่เป็นระยะเวลา 14 วัน พบว่า การตรวจจำนวนมากให้ผลลบทุกราย และขณะนี้รถพระราชฯ ได้กลับเข้ามายังกรมควบคุมโรคแล้ว แต่หากประชาชนในพื้นที่ยังมีความกังวลสามารถเข้ารับการตรวจได้ที่ รพ.ศูนย์ หรือ รพ.ชุมชน ได้ทันที และหากเกิดปัญหาใดขึ้น รถพระราชทานฯ พร้อมออกปฏิบัติหน้าที่ทันทีอีกครั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาและลดความกังวลใจของประชาชน

“พื้นที่ จ.ระยอง การตรวจจำนวนมากกว่า 6 พันตัวอย่าง และให้ผลลบ เป็นหลักฐานประจักษ์ว่า 1.ในกลุ่มผู้สัมผัสไม่จำเป็นต้องปิดสถานที่ต่างๆ ที่มีผู้ป่วยเข้าไป 2.ผู้สัมผัสที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่จำเป็นต้องตรวจ และส่วนกรณีของคณะทูต ผลตรวจออกมาให้ผลลบทั้งหมด โดยผู้ป่วยที่เป็นลูกสาวอุปทูต ได้เข้าพื้นที่เพียง 2 ชั่วโมงเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่เกิดความวิตกกังวล นี่คือการพิสูจน์ให้เห็นว่า มาตรการของคอนโดมิเนียม การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือประจำ มีความเพียงพอในการป้องกันโรคได้อย่างปลอดภัย” นพ.เอนก กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง