รีเซต

บึงกาฬจับ 3 หนุ่ม ลอบขนกัญชา 230 กิโลฯ วุ่นทั้งโรงพักหาข้อสรุปคดีไม่ได้

บึงกาฬจับ 3 หนุ่ม ลอบขนกัญชา 230 กิโลฯ วุ่นทั้งโรงพักหาข้อสรุปคดีไม่ได้
มติชน
19 กรกฎาคม 2565 ( 13:15 )
80
บึงกาฬจับ 3 หนุ่ม ลอบขนกัญชา 230 กิโลฯ วุ่นทั้งโรงพักหาข้อสรุปคดีไม่ได้

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม ที่หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง สถานีเรือ นรข.บึงกาฬ น.อ.ราฆพ เทวะประทีบ ผบ.นรข.เขตหนองคาย มอบหมายให้ น.ท.สุรไกร รัตนกุสุมภ์ หน.ยก.นรข.เขตหนองคาย ร่วมกับ พ.ต.ต.หญิง ชุลีกร ลิมวิเศษศักดิ์ สว.ตม.บึงกาฬ พ.ต.ต.วิษณุ จินาวงษ์ สว.ตำรวจน้ำ นายนายอธิภัทร อยู่คุ้มญาติ หน.ฝ่ายปราบปรามฯ ด่านศุลกากรบึงกาฬ น.ส.กมลนิตยกานต์ หาญคำหล้า ผู้ช่วยป้องกันจังหวัด นายภูมินทร์ ศรีโฉม ปลัดฝ่ายป้องกันอำเภอเมืองบึงกาฬ ร่วมกันแถลงจับกุม นายจิรชัย มั่นคง อายุ 24 ปี นายนัคราช สุขประภา อายุ 24 ปี และนายณัฐพงษ์ ตระกูลกิจรุ่งโรจน์ อายุ 26 ปี พร้อมของกลาง กัญชาแห้งอัดแท่ง 203 แท่ง น้ำหนัก 203 กิโลกรัม ห่อหุ้มด้วยกระดาษฟอยล์สีทองและสีเหลือง รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก ด้านหลังทำเป็นตู้ทึบคล้ายรถส่งสินค้า ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแม็กซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน 2 ฒช 9288 กรุงเทพมหานคร และโทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง แจ้งข้อหา “ร่วมกันนำของต้องห้ามต้องกำกัด (พืชกัญชา) เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร”

 

ทั้งนี้จากการสืบทราบของ น.ท.การันต์ มินวงษ์ หน.สน.เรือบึงกาฬ ว่าจะมีการลักลอบนำยาเสพติดประเภท 5 มาจากประเทศเพื่อนบ้านมาส่งมอบให้กลุ่มผู้ค้าชาวไทย ที่บริเวณริมแม่น้ำโขงใกล้เมรุเผาศพ บ้านห้วยดอกไม้ หมู่4 ต.โคกก่อง อ.เมือง จ.บึงกาฬ

 

กระทั้งเวลาประมาณ 05.00 น. รถยนต์ต้องสงสัยวิ่งเข้ามาจอดบริเวณข้างเมรุเผาศพ บ้านห้วยดอกไม้ และเรือแล่นข้ามน้ำโขงเข้ามาจอดริมฝั่งแม่น้ำโขงห่างจากจุดซุ่ม 100 เมตร มีชายฉกรรจ์แบบกระสอบต้องสงสัยขึ้นมากองไว้ริมตลิ่ง เสร็จแล้วเรือลำดังกล่าวได้แล่นกลับไป ต่อมาชาย 2 คนที่มากับรถยนต์ได้เดินลงไปยังจุดที่คนบนเรือโยนกระสอบต้องสงสัยทิ้งเอาไว้ แล้วเดินกลับมายังรถเหมือนเดิม สมทบกับชายอีกคน รวมเป็น 3 คนกำลังจะเดินลงไปแบกเอากระสอบต้องสงสัย 5 กระสอบ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้ทั้ง 3 คนดังกล่าว

 

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายณัฐพงษ์ ให้การรับสารภาพว่าได้รับการติดต่อจากนายโอ๋ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ให้มารับกัญชาที่ จ.บึงกาฬ โดยจะได้รับค่าจ้างคนละ 10,000 บาท รวมเป็น 30,000 บาท โดยให้ขนไปส่งบริเวณพื้นที่ จ.นนทบุรี จึงได้ชักชวนเพื่อนมาด้วยกันรวมเป็น 3 คน ก่อนถูกจับกุม

 

ด้านสอบถามพนักงานสอบสวน สภ.เมืองบึงกาฬ หลังชุดจับกุมนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และของกลางมาส่งที่ สภ.เมืองบึงกาฬ ว่า ตามข้อหาที่ด่านศุลกากรแจ้งไว้ว่า “ร่วมกันนำของต้องห้ามต้องกำกัด(พืชกัญชา)เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร” นั้นมีอัตราโทษอย่างไร ซึ่งได้ข้อมูลว่า ตามกฎหมายของศุลกากรนั้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 4 เท่าบวกค่าภาษีอากรของราคาสินค้า หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งก็ยังไม่มีหน่วยงานไหนที่จะสามารถระบุได้ว่าราคาสินค้าจะอ้างอิงราคากลางจากหน่วยงานไหน และจะใช้กฎหมายมาตราใด มาดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันนำของต้องห้ามต้องกำกัด(พืชกัญชา)เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร” ซึ่งตอนนี้กำลังปรึกษากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งอัยการ ด่านศุลกากร และ ปปส. ในระหว่างนี้ต้องควบคุมตัวไว้ก่อน เพราะมีโทษจำคุก ส่วนจะประกันตัวหรือไม่เป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหา ซึ่งมันเป็นกฎหมายใหม่ยังไม่มีคดีตัวอย่าง ถือว่าคดีนี้เป็นคดีแรก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง