Meta - Youtube มีความผิดจริงทำให้ผู้ใช้ติดโซเซียลมีเดีย

Meta และ YouTube ถูกตัดสินว่ามีความรับผิดจากการออกแบบฟีเจอร์ที่ทำให้ผู้ใช้งานเสพติดโดยเจตนา เพื่อดึงให้ผู้ใช้วัยรุ่นอยู่กับแพลตฟอร์มนานขึ้น แม้จะส่งผลกระทบต่อสุขภาวะของพวกเขา ตามรายงานของ CNN โดยโจทก์ซึ่งใช้ชื่อว่า Kaley หรือ KGM ระบุว่าการใช้งานแพลตฟอร์มอย่างหมกมุ่นทำให้เธอเกิดความวิตกกังวล มองภาพลักษณ์ร่างกายของตัวเองผิดเพี้ยน และมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย
ซาราห์ การ์ดเนอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารขององค์กร Heat Initiative ซึ่งมีเป้าหมายกดดันบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ กล่าวว่า สำหรับพ่อแม่ที่สูญเสียลูกจากผลกระทบของโซเชียลมีเดีย คำตัดสินในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่ความจริง ความยุติธรรม และความรับผิดชอบ
การ์ดเนอร์ ยังมองว่าคำตัดสินนี้เปรียบเสมือนช่วงเวลาสำคัญของโซเชียลมีเดีย คล้ายกับกรณีอุตสาหกรรมยาสูบในอดีต โดยเธอกล่าวว่าความเสียหายที่บริษัทเหล่านี้ก่อให้เด็กโดยเจตนา ได้รับการพิสูจน์แล้วในชั้นศาล
คณะลูกขุนเห็นว่า Meta ซึ่งเป็นเจ้าของ Instagram Facebook และ WhatsApp รวมถึง Google บริษัทแม่ของ YouTube ได้ออกแบบแพลตฟอร์มให้เสพติดโดยเจตนา และส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของโจทก์วัย 20 ปี อย่างไรก็ตาม ทั้งสองบริษัทระบุว่าพวกเขาได้ลงทุนอย่างมากในเครื่องมือด้านความปลอดภัยสำหรับเยาวชน และไม่เห็นด้วยกับข้อกล่าวหาที่ว่าแพลตฟอร์มของตนเป็นสาเหตุของปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น พร้อมยืนยันว่าจะยื่นอุทธรณ์
Meta ระบุว่าสุขภาพจิตของวัยรุ่นเป็นเรื่องที่ซับซ้อนมากและไม่สามารถโยงกับแอปใดแอปหนึ่งได้ ขณะที่โฆษกของ Google แย้งว่าคดีนี้ตีความ YouTube ผิดไปจากความเป็นจริง โดยมองว่าเป็นโซเชียลมีเดีย ทั้งที่แท้จริงเป็นแพลตฟอร์มสตรีมมิงที่ถูกพัฒนาอย่างมีความรับผิดชอบ
ศาลมีคำสั่งให้โจทก์ได้รับค่าเสียหายรวม 6 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 197 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าเสียหายเชิงชดเชย 3 ล้านดอลลาร์ และค่าเสียหายเชิงลงโทษอีก 3 ล้านดอลลาร์ โดยระบุว่าทั้ง Meta และ Google มีพฤติกรรมที่เข้าข่ายเจตนาร้าย กดขี่ หรือฉ้อโกงในการดำเนินแพลตฟอร์ม ทั้งนี้ Meta จะต้องรับผิดชอบร้อยละ 70 ของค่าเสียหายทั้งหมด ขณะที่ Google รับผิดชอบส่วนที่เหลือร้อยละ 30
นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิผู้บริโภคมองว่าคำตัดสินนี้อาจส่งผลต่อคดีลักษณะเดียวกันอีกหลายร้อยคดีที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิจารณาของศาลสหรัฐ
คำตัดสินในลอสแอนเจลิสเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากคณะลูกขุนในรัฐนิวเม็กซิโกตัดสินว่า Meta มีความผิดจากการปล่อยให้เด็กเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นอันตราย รวมถึงเนื้อหาทางเพศและการติดต่อกับผู้ล่าเด็ก อีกทั้งยังมีคดีใหม่ที่ยื่นฟ้อง Meta และบริษัทโซเชียลมีเดียรายอื่นเกี่ยวกับผลกระทบต่อเยาวชน ซึ่งมีกำหนดเริ่มพิจารณาในเดือนมิถุนายนที่ศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนีย