IRPCเร่ง4กลยุทธ์อัพธุรกิจ ลุยขยายแหล่งรายได้ใหม่

#IRCP #ทันหุ้น - IRPC ดำเนินงานเชิงรุกภายใต้วินัยทางการเงิน จัดสรรเงินลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างเสถียรภาพทางการเงินและผลตอบแทนระยะยาว เร่งกลยุทธ์ 4R ยกระดับธุรกิจหลัก ขยายแหล่งรายได้ใหม่ รองรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ มองราคาน้ำมันดิบปีนี้ 60-70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
นายเทอดเกียรติ พร้อมมูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) (IRPC) เปิดเผยว่า ปี 2568 อุตสาหกรรมปิโตรเคมียังคงเผชิญแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากภาวะอุปทานส่วนเกิน การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ความผันผวนของราคาพลังงานจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และความไม่แน่นอนทางการค้า รวมทั้งเศรษฐกิจไทยยังคงซบเซา ส่งผลให้ส่วนต่างกำไรของอุตสาหกรรมอยู่ในระดับจำกัด
*ลดผันผวน
ทั้งนี้เพื่อรับมือความผันผวนได้ทันเวลา กลยุทธ์ดังกล่าวช่วยเสริมศักยภาพการแข่งขัน ลดความผันผวนของผลประกอบการ และต่อยอดสู่ธุรกิจและนวัตกรรมแห่งอนาคต โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษและวัสดุขั้นสูง ที่สอดคล้องกับเศรษฐกิจหมุนเวียนและพลังงานสะอาดผ่านการดำเนินงานตามกรอบกลยุทธ์ 4R ที่สำคัญดังนี้ คือ 1.Recapitalize – สร้างทุน: การเสริมความแข็งแกร่งทางการเงิน โดยบริหารจัดการทรัพย์สินให้เกิดรายได้ โดยประสบความสำเร็จจากการออกและเสนอขายหุ้นกู้ รวมถึงหุ้นกู้ดิจิทัล รวมมูลค่า 11,000 ล้านบาท ปรับโครงสร้างการลงทุน บริษัทฯ จำหน่ายหุ้น 40% ในบริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง จำกัด (WHAIER) ให้แก่ บริษัท ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (WHAID) มูลค่า 896 ล้านบาท ดำเนินการแล้วเสร็จไตรมาส 1/2569
2.Revitalize – สร้างพลัง : การยกระดับประสิทธิภาพธุรกิจหลัก การดำเนินงานในโครงการ Performance Uplift เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ยกระดับการบริหารจัดการภายในโรงงาน และปรับพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ในปี 2568 สามารถสร้าง EBITDA 1,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนด ธุรกิจปิโตรเลียม เพิ่มมูลค่าผ่านการผลิตน้ำมันดีเซลมาตรฐานยูโร 5 และน้ำมันอากาศยาน Jet A-1 รองรับการฟื้นตัวของภาคการบิน เพิ่มสัดส่วนจำหน่ายในประเทศ “Domestic First”
*มุ่ง Specialty Products
ธุรกิจปิโตรเคมี เร่งปรับพอร์ตสู่ผลิตภัณฑ์ชนิดพิเศษ (Specialty Products) ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วน เป็น 60% ภายในปี 2573 โดยในปี 2568 สามารถเพิ่มสัดส่วนเป็น 40% ของยอดจำหน่ายทั้งหมด พร้อมเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โครงการใหม่ในปี 2569 รองรับอุตสาหกรรมการแพทย์ ยานยนต์ไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด Rematerial เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
Reframe – สร้างคน : บูรณาการความยั่งยืนและดิจิทัลเข้ากับกลยุทธ์องค์กร ปรับโครงสร้างและพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สอดรับทิศทางธุรกิจใหม่ และReinvent – สร้างอนาคต : ขยายการลงทุนสู่ธุรกิจปลายน้ำและธุรกิจมูลค่าเพิ่ม โดยใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน และความเชี่ยวชาญ เพื่อยกระดับจากผู้ผลิตสู่การเป็น “Solution Provider” ที่ไม่เป็นเพียงผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้า
*มองราคาน้ำมันปีนี้ 60-70 ดอลลาร์
สำหรับแนวโน้มตลาดน้ำมันดิบและปิโตรเคมี ปี 2569 ภาพรวมตลาดน้ำมันดิบ คาดราคาน้ำมันดิบดูไบในปี 2569 จะเคลื่อนไหวในกรอบ 60 – 70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยมีแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันในภาคการเดินทาง ขนส่ง และการผลิตปิโตรเคมี ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังเผชิญ ความท้าทายด้านอุปทาน กลุ่มโอเปคพลัสมีแนวโน้มปรับเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด แข่งขันกับผู้ผลิตนอกกลุ่ม
ภาพรวมตลาดปิโตรเคมี ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีในปี 2569 คาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงปี 2568 สอดคล้องกับประมาณการเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 ตามรายงานของ World Bank (Global Economic Prospects, January 2026) โดยกลุ่มสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัท ได้มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานประจำปี 2568 ในอัตรา 0.01 บาท ต่อหุ้นคิดเป็นเงินประมาณ 204 ล้านบาท โดยจะเสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติในวันที่ 7 เมษายน 2569 ต่อไป
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
