เตรียมนับถอยหลัง ! ภารกิจ “Artemis II” ส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์ เร็วสุด ก.พ. นี้

องค์การนาซา (NASA) กำลังเดินหน้าเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของภารกิจ "อาร์เทมิส ทู" (Artemis II) ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 50 ปี ที่จะมีมนุษย์เดินทางออกไปไกลเกินกว่าวงโคจรต่ำของโลก การกลับไปเยือนดวงจันทร์ครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเที่ยวบินทดสอบทั่วไป แต่คือ การวางรากฐานสำคัญของการสำรวจและพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อปูทางสู่การตั้งถิ่นฐานในอวกาศอย่างยั่งยืนในอนาคต
โดยภารกิจ Artemis II จะเป็นการเดินทางไปโคจรอ้อมดวงจันทร์โดยไม่มีการลงจอด เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของระบบยานอวกาศและอุปกรณ์สนับสนุนชีวิตในสภาพแวดล้อมจริง ก่อนจะถึงขั้นตอนสำคัญในการส่งนักบินอวกาศลงสัมผัสพื้นผิวดวงจันทร์ในภารกิจ อาร์เทมิส ทรี (Artemis III) ต่อไป
หัวใจสำคัญของภารกิจนี้ คือ การใช้เทคโนโลยีจรวด สเปซ ลอนช์ ซิสเตม (Space Launch System: SLS) จรวดที่มีกำลังขับดันสูงสุดเท่าที่นาซาเคยส่งขึ้นสู่อวกาศและยานอวกาศโอไรออน (Orion) ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการเดินทางของมนุษย์ในอวกาศห้วงลึก
โดยมีลูกเรือทั้งหมด 4 คน ประกอบด้วย
รีด ไวส์แมน (Reid Wiseman) ตำแหน่งผู้บัญชาการภารกิจ
วิคเตอร์ โกลเวอร์ (Victor Glover) นักบินซึ่งจะกลายเป็นมนุษย์ผิวสีคนแรกที่เดินทางไปดวงจันทร์
คริสตินา ค็อก (Christina Koch) ผู้เชี่ยวชาญภารกิจซึ่งจะสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้
หญิงคนแรกที่เดินทางไปดวงจันทร์เจเรมี แฮนเซน (Jeremy Hansen) นักบินอวกาศจากองค์การอวกาศแคนาดา (Canadian Space Agency)
ในภารกิจ 10 วันนี้ พวกเขาจะเดินทางอ้อมด้านไกลของดวงจันทร์ (Far Side of the Moon) เป็นระยะทางไกลกว่า 4,000 ไมล์ หรือประมาณ 6,400 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นจุดที่มนุษย์จะเดินทางออกไปไกลจากโลกมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ด้านนาซา ได้ออกมาเปิดเผยความเคลื่อนไหวล่าสุดของภารกิจนี้ผ่านเว็บไซต์ทางการ เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมาว่า จรวด SLS และยาน Orion กำลังเตรียมเคลื่อนย้าย ออกจากอาคารประกอบไปยังฐานปล่อย 39B ณ ศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ในวันที่ 17 มกราคม ตามเวลาสหรัฐฯ
โดยทีมงานต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อเตรียมซ้อมใหญ่ครั้งสุดท้าย ที่เรียกว่า “Wet Dress Rehearsal” หรือการซ้อมเติมเชื้อเพลิงเหลวมากกว่า 700,000 แกลลอน ลงในจรวด เพื่อตรวจสอบความพร้อมของระบบทุกอย่างให้สมบูรณ์ ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด รวมถึงการซ้อมนับถอยหลังเสมือนจริง แต่จะไม่มีการจุดเครื่องยนต์จริงในช่วงปลายเดือมกรามคมนี้
หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน วินาทีประวัติศาสตร์ที่จรวดพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าจะเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 หรือหากเกิดเหตุการณ์ขัดข้องก็ยังมีแผนสำรองในการปล่อยยานไว้ ตลอดทั้งเดือนมีนาคมไปจนถึงเมษายน
ภารกิจนี้จึงเปรียบเสมือน "สะพานเชื่อม" สำคัญที่อาจเปลี่ยนดวงจันทร์ให้กลายเป็นบ้านหลังที่สอง และเป็นอีกก้าวสำคัญที่พาเราไปสู่จุดหมายที่ไกลกว่าเดิมอย่าง "ดาวอังคาร" ในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
