ปีนี้ร้อนระอุ เตือนระวังสุขภาพ "ความร้อนในบ้าน" ภัยเงียบที่คนมักมองข้าม

19 กุมภาพันธ์ 2569 ( 14:27 )
12
โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กรมการแพทย์ เตือนว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงอากาศร้อนของปี 2569 และมีแนวโน้ม “ร้อนกว่าปีก่อน” ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยง “แล้ง–ไฟป่า–ฝุ่น” ร่วมด้วย ทั่วโลกเตรียมรับพร้อมรับมือความร้อนครั้งใหญ่ซึ่งมีแนวโน้มจะสูงขึ้นในทุกภูมิภาค ความแห้งแล้งจะทำให้สุขภาพแย่ลง จึงจำเป็นต้องปกป้องคนทำงานและให้ความรู้แก่ประชาชนเพื่อมีการเตรียมพร้อมรับมือ
นายแพทย์อัครฐาน จิตนุยานนท์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่าคลื่นความร้อนทำให้เกิดภาวะ Heat stroke คือช็อคจากความร้อนเป็นภาวะที่ทำให้ถึงแก่กรรมได้ และทำให้โรคหัวใจ หลอดเลือด และโรคทางเดินหายใจที่เป็นอยู่แล้วกำเริบได้ โดยกลุ่มเสี่ยงหลักคือ ผู้สูงอายุ เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคหัวใจ ไต ปอด เบาหวาน ความดันและคนทำงานกลางแจ้ง งานใช้แรงมาก (ก่อสร้าง เกษตร ขนส่ง ส่งของ ฯลฯ) รวมทั้งผู้ที่เข้าถึงแอร์/ที่เย็น/น้ำดื่มสะอาดได้จำกัด
บทเรียนจากหลายประเทศยังชี้ว่า “ความร้อนในบ้าน (indoor heat)” เป็นปัจจัยการเจ็บมักเกิด “ภัยซ้อนภัย” ร้อนร่วมกับ PM2.5 ควันไฟป่า ภัยแล้ง ขาดน้ำ
การป้องกันสำหรับประชาชนที่ทำได้ทันทีคือ ดื่มน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ “ไม่หิวก็ควรดื่มบ่อยๆ” ยกเว้นผู้ที่มีโรคที่น้ำเกินหรือต้องจำกัดน้ำ พยายามทำให้เย็นก่อน เข้าห้องแอร์ ที่เย็น อาบน้ำ–เช็ดตัว พัดลมช่วยได้ พยายาม เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงร้อนจัด โดยมากช่วงเที่ยง–บ่าย
ถ้าฝุ่น ควันสูงร่วมกับร้อน ลดกิจกรรมนอกบ้าน ติดตามคุณภาพอากาศ (AQI)” ให้มากขึ้น สำหรับ “คนทำงาน” และ “นายจ้าง” ให้ใช้หลัก เติมน้ำ พักเวลาเหมาะ เข้าร่มเงา และมีผู้ช่วยดูแลกันโดยดื่มอย่างน้อย “1 แก้ว (ประมาณ 8 ออนซ์) ทุก 20 นาที” ระหว่างทำงานในความร้อน และไม่ควรรอให้กระหาย ให้เพิ่มความถี่ ระยะเวลาพักเมื่อความร้อนสูง และพักในที่ร่มหรือที่เย็น เตรียมจุดพักร้อน จัดน้ำให้เข้าถึงง่ายใกล้หน้างาน ปรับเวลางาน โดยทำงานหนักช่วงเช้า เย็น ลดงานหนักช่วงเที่ยงบ่าย โดยเฉพาะงานกลางแจ้ง ใช้ระบบทำงานเป็นคู่ และให้หัวหน้างานตรวจอาการเป็นระยะ (โดยเฉพาะคนงานใหม่หรือกลับมาทำงานหลังหยุดเนื่องจากการปรับตัวรับอากาศร้อนในการทำงานยังไม่ดี) ถ้ามีความ ร้อน ร่วมกับ PM2.5 หรือควันไฟ สูพร้อมกัน ให้จำกัดงานกลางแจ้งช่วงมีความร้อนและมลพิษสูง
บทเรียนจากหลายประเทศยังชี้ว่า “ความร้อนในบ้าน (indoor heat)” เป็นปัจจัยการเจ็บมักเกิด “ภัยซ้อนภัย” ร้อนร่วมกับ PM2.5 ควันไฟป่า ภัยแล้ง ขาดน้ำ
การป้องกันสำหรับประชาชนที่ทำได้ทันทีคือ ดื่มน้ำสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ “ไม่หิวก็ควรดื่มบ่อยๆ” ยกเว้นผู้ที่มีโรคที่น้ำเกินหรือต้องจำกัดน้ำ พยายามทำให้เย็นก่อน เข้าห้องแอร์ ที่เย็น อาบน้ำ–เช็ดตัว พัดลมช่วยได้ พยายาม เลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วงร้อนจัด โดยมากช่วงเที่ยง–บ่าย
ถ้าฝุ่น ควันสูงร่วมกับร้อน ลดกิจกรรมนอกบ้าน ติดตามคุณภาพอากาศ (AQI)” ให้มากขึ้น สำหรับ “คนทำงาน” และ “นายจ้าง” ให้ใช้หลัก เติมน้ำ พักเวลาเหมาะ เข้าร่มเงา และมีผู้ช่วยดูแลกันโดยดื่มอย่างน้อย “1 แก้ว (ประมาณ 8 ออนซ์) ทุก 20 นาที” ระหว่างทำงานในความร้อน และไม่ควรรอให้กระหาย ให้เพิ่มความถี่ ระยะเวลาพักเมื่อความร้อนสูง และพักในที่ร่มหรือที่เย็น เตรียมจุดพักร้อน จัดน้ำให้เข้าถึงง่ายใกล้หน้างาน ปรับเวลางาน โดยทำงานหนักช่วงเช้า เย็น ลดงานหนักช่วงเที่ยงบ่าย โดยเฉพาะงานกลางแจ้ง ใช้ระบบทำงานเป็นคู่ และให้หัวหน้างานตรวจอาการเป็นระยะ (โดยเฉพาะคนงานใหม่หรือกลับมาทำงานหลังหยุดเนื่องจากการปรับตัวรับอากาศร้อนในการทำงานยังไม่ดี) ถ้ามีความ ร้อน ร่วมกับ PM2.5 หรือควันไฟ สูพร้อมกัน ให้จำกัดงานกลางแจ้งช่วงมีความร้อนและมลพิษสูง
นายแพทย์ปิยวัฒน์ เลาวหุตานนท์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวเพิ่มเติม สัญญาณอันตรายที่ “ต้องรีบช่วย” (อย่ารอให้หายเองได้แก่ อ่อนเพลีย สับสน พูดไม่ชัด หมดสติ ตัวร้อนมาก ผิวร้อนแห้งหรือเหงื่อออกมากผิดปกติ เป็นสัญญาณสำคัญของภาวะ Heat Stroke ให้ ย้ายเข้าที่ร่ม ที่เย็นทันที คลายเสื้อผ้า เช็ดตัว ประคบเย็น
แจ้งแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที เตรียมตัวล่วงหน้า เช็คพยากรณ์อากาศเป็นประจำ เตรียมน้ำดื่ม/เกลือแร่ โดยเฉพาะงานใช้แรงหรือทำงานนาน วางแผนหา “จุดเย็น” ใกล้บ้าน/ที่ทำงาน ห้องแอร์/ศูนย์ชุมชน/ห้าง/วัด/โรงเรียนที่เปิดเป็นพื้นที่เย็น ช่วยกัน “เช็คคนเสี่ยง” ในบ้าน ชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุอยู่ลำพัง
หากเกิดข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-548-1000 ต่อ 5701 สถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
แจ้งแพทย์หรือพาไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที เตรียมตัวล่วงหน้า เช็คพยากรณ์อากาศเป็นประจำ เตรียมน้ำดื่ม/เกลือแร่ โดยเฉพาะงานใช้แรงหรือทำงานนาน วางแผนหา “จุดเย็น” ใกล้บ้าน/ที่ทำงาน ห้องแอร์/ศูนย์ชุมชน/ห้าง/วัด/โรงเรียนที่เปิดเป็นพื้นที่เย็น ช่วยกัน “เช็คคนเสี่ยง” ในบ้าน ชุมชน โดยเฉพาะผู้สูงอายุอยู่ลำพัง
หากเกิดข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 02-548-1000 ต่อ 5701 สถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
