จุดเปลี่ยนรถไทย! "ค่ายจีน" ไล่บี้ รถญี่ปุ่น

ในเวลานี้ กลยุทธ์การตั้งราคาแบบสมเหตุสมผลมากขึ้นของผู้ผลิตรถยนต์จีน กำลังกดดันผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นต่อเนื่อง และอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดในระยะยาวได้ คุณ นิธิ ท้วมประถม บรรณาธิการบริหารเว็บไซต์ Autolifethailand เปิดมุมมองต่อสถานการณ์การแข่งขันในตลาดรถยนต์ไทย ว่า แม้ "ราคา" ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขัน แต่สงครามราคาจะเริ่มลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์จีนกำลังปรับทิศทาง โดยตั้งราคาที่สมเหตุสมผลมากขึ้น ยิ่งสร้างแรงกดดันต่อผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเมื่อเปรียบเทียบรถในระดับเดียวกันแล้ว ราคาของรถจีนยังคงได้เปรียบอย่างชัดเจน
สถานการณ์ดังกล่าว กลายเป็นความท้าทายสำคัญของค่ายรถญี่ปุ่น ว่าจะมีแนวทางรับมืออย่างไร จะใส่ออปชั่นเข้ามาเพิ่มขึ้นหรือไม่ หรือจะใช้กลยุทธ์แบบเดิม คือความน่าเชื่อถือของแบรนด์ญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยมาอย่างยาวนาน โดยรถญี่ปุ่น เป็นรถที่ซื้อง่าย ขายคล่อง และซ่อมสบาย
ขณะที่รถยนต์จีนในปัจจุบัน แม้จะซื้อง่าย แต่ขายไม่คล่อง และซ่อมไม่สบาย ซึ่งผู้ผลิตจีนรู้จุดอ่อนนี้ของตัวเองดี และต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพิสูจน์ตัวเอง เพื่อทำให้ผู้บริโภคคนไทยมั่นใจได้มากขึ้น
คุณนิธิ ประเมินว่า หากผู้ผลิตญี่ปุ่นยังคงใช้กลยุทธ์เหมือนเดิม เชื่อว่าอีกไม่เกิน 5-10 ปีข้างหน้า ผู้ผลิตรถยนต์จีนมีโอกาสที่จะตีตลาดรถญี่ปุ่นแตกในประเทศไทยได้ หลังจากครองตลาดมายาวนาน โดยจะเห็นได้ว่า รถยนต์จีนในไทยมีการเติบโตที่รวดเร็วมาก ใช้เวลาเพียง 3-5 ปี ก็สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้ราวร้อยละ 20-30 คิดเป็นยอดขาย 1 ใน 4 ของยอดขายทั้งประเทศ
สำหรับภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าจะขยายตัวได้เล็กน้อย เนื่องจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจยังคงเป็นตัวแปรสำคัญ แต่การทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่จากทั้งผู้ผลิตรถยนต์จีนและญี่ปุ่นหลายรุ่น จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการแข่งขันให้กลับมาคึกคักมากขึ้น
ส่วนตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (อีวี) เป็นเทคโนโลยีทางเลือกที่เติบโตขึ้นมาก โดยจะมีส่วนแบ่งตลาดในไทยที่ประมาณร้อยละ 30 แต่มีประเด็นที่ต้องจับตาคือการเข้ามาของเทคโนโลยีใหม่อย่าง REEV จากจีน ซึ่งเชื่อมีแนวโน้มจะเข้ามามีบทบาทในตลาดรถยนต์ไทยเพิ่มขึ้นในอนาคต
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
