"อีโบลา"ระบาดหนักตายพุ่ง 220-ขยายพื้นที่เสี่ยง 10 ประเเทศ

สถานการณ์การระบาดของอีโบลาในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก หรือ ดีอาร์ คองโก (DRC) และยูกันดา แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแอฟริกา หรือแอฟริกา ซีดีซี (Africa CDC) และ องค์การอนามัยโลก หรือ WHO รายงานผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับอีโบลา เพิ่มเป็น 220 คน และมีผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเฝ้าระวังมากกว่า 900 คนนับตั้งแต่เมื่อ 15 พฤษภาคม ซึ่งคองโก ประกาศการระบาดของอีโบลาครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันทางห้องปฏิบัติการแล้ว 106 คน ในจำนวนนี้ 5 คน อยู่ในยูกันดา ซึ่งทั้งหมดเชื่อมโยงกับผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากคองโก
การระบาดของอีโบลาในครั้งนี้ส่งผลให้หลายประเทศออกมาตรการคุมเข้มการเดินทาง โดยแคนาดาเป็นประเทศล่าสุดที่ ห้ามนักเดินทางจาก 3 ประเทศทวีปแอฟริกาเดินทางเข้าประเทศชั่วคราว ได้แก่ คองโก ยูกันดา และซูดานใต้ มาตรการนี้มีผลทันทีในวันที่ 27 พ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งจะห้ามประชาชนใน 3 ประเทศเดินทางเข้าแคนาดาเป็นเวลา 90 วัน ส่วนสหรัฐฯ ออกประกาศห้ามก่อนหน้านี้แล้วตั้งแต่ 25 พฤษภาคม ขณะที่สหรัฐฯ และแคนาดา ยังไม่มีรายงานประชาชนติดเชื้อไวรัสอีโลบา แต่การออกมาตรการดังกล่าวเพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่ระบาดของอีโบลา รายงานผู้เสียชีวิตที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับอีโบลา เพิ่มเป็น 220 คน และมีผู้ติดเชื้อเข้าข่ายเฝ้าระวังมากกว่า 900 คนนับตั้งแต่เมื่อ 15 พฤษภาคม ซึ่งคองโก ประกาศการระบาดของอีโบลาครั้งแรก
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา (Africa CDC) ได้ประกาศขยายพื้นที่เสี่ยงพบการระบาดของอีโบลา เพิ่มอีก 10 ประเทศ ได้แก่ แองโกลา บุรุนดี สาธารณรัฐแอฟริกากลาง สาธารณรัฐคองโก เอธิโอเปีย เคนยา รวันดา เซาท์ซูดาน แทนซาเนีย และแซมเบีย
ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา ระบุว่า สงครามและการโยกย้ายถิ่นฐานในภูมิภาค ถือเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการระบาดของโรคเพิ่มมากขึ้น พร้อมประกาศยกระดับให้เป็นภาวะฉุกเฉินด้านความมั่นคงทางสาธารณสุขระดับทวีป ผู้อำนวยการทั่วไปของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งแอฟริกา ระบุว่า ในช่วงแรกเกิดความล่าช้าในการตรวจจับ เนื่องจากชุดตรวจในพื้นที่เป็นชุดตรวจเฉพาะสายพันธุ์ซาอีร์ ทำให้ผลตรวจช่วงแรกออกมาเป็นลบ ก่อนจะส่งตัวอย่างไปยืนยันที่กรุงกินชาซา และพบว่าเป็นสายพันธุ์บันดิบูเกียว
ล่าสุดมีรายงานว่า นายแพทย์ ทิเบนเดอรานา คาโธ บลาอิส (Dr. Tibenderana Katho Blaise) ชาวคองโกเสียชีวิตจากโรคอีโบลาในคองโก โดยแพทย์รายนี้ทำงานที่ศูนย์การแพทย์อีแวนเจลิค (Centre Medical Evangelique / CME) ในเมืองบุนยา หรือบูเนีย (Bunia) เมืองเอกของจังหวัดอิตูริ (Ituri) ซึ่งเป็นพื้นที่ระบาดหนักอีโบลาและมีพิธีฝังศพเมื่อ 26 พฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะที่ก่อนหน้านี้มีทีมแพทย์และอาสาสมัคร 3 คนที่เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นชาวคองโก ส่วนนายแพทย์ปีเตอร์ สตาฟฟอร์ด (Dr. Peter Stafford) ชาวสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ติดเชื้ออีโบลาขณะปฏิบัติงานในคองโก ได้ถูกเคลื่อนย้ายตัวเร่งด่วนไปรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศเยอรมนี การเสียชีวิตของแพทย์ที่รักษาผู้ติดเชื้ออีโบลาในคองโกนี้ ยิ่งสร้างความหวาดกลัวมากขึ้นในหมู่เจ้าหน้าแพทย์แนวหน้าที่รักษาผู้ติดเชื้ออีโบลา ขณะที่มีรายงานว่า อุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อไม่เพียงพอ และก่อนหน้านี้ยังเกิดปัญหาสถานพยาบาลถูกผู้ประท้วงบุกโจมตีวางเพลิง ยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้แก่สถานพยาบาลในคองโกซึ่งมีความเปราะบางอยู่แล้ว
ขณะที่WHO เตือนถึงการแพร่ระบาดที่รวดเร็วและยกระดับการประเมินความเสี่ยงในคองโกจาก “สูง” เป็น “สูงมาก” ในระดับประเทศเมื่อ 22 พฤษภาคมที่ผ่านมา สำหรับอีโบลาแพร่เชื้อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ , สัมผัสวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อ และสัมผัสร่างผู้เสียชีวิตจากอีโบลา ไวรัสอีโบลาเป็นโรคติดต่อรุนแรงที่สามารถทำให้เกิดอาการ เช่น ไข้ อาเจียน ท้องเสีย ปวดเมื่อยทั่วร่างกาย หรืออ่อนเพลีย และในกรณีรุนแรงอาจมีเลือดออกทั้งภายในและภายนอกร่างกาย ขณะที่อัตราการเสียชีวิตจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ของไวรัส
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
