บล.ฟิลลิป หุ้นแนะนำวันนี้ CRC KTC

#ทันหุ้น #2026 #SET บล.ฟิลลิป หุ้นแนะนำวันนี้ CRC KTC
บล.ฟิลลิป. คาดดัชนี SET Index เคลื่อนไหวในกรอบ 1,395–1,410 จุด โดยมีแนวโน้มแกว่งตัวในลักษณะ Sideways ถึง Sideways Up จากแรงหนุนของความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลใหม่ ประกอบกับหุ้นกลุ่มพลังงานคาดได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวโน้มการปรับขึ้นอาจถูกจำกัดจาก Valuation ของ SET ที่อยู่ในระดับสูงขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน หุ้นเด่นประจำวัน ได้แก่ CRC ให้แนวรับที่ 20.60–21.20 บาท และเป้าหมายที่ 22.50–23.20 บาท โดยคาดว่าจะสามารถกลับมาเติบโตได้ในปี 2569 และคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลปี 2569 อยู่ที่ 5.2% ขณะที่ KTC ให้แนวรับที่ 29.25–29.75 บาท และเป้าหมายที่ 31.00–32.75 บาท โดยคาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการเลือกตั้งและแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง
ความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมืองไทยคาดยังเป็นแรงหนุนหลักจากผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งนอกจากจะกระตุ้นความหวังต่อมาตรการเศรษฐกิจภาครัฐแล้ว จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มได้รับเกือบ 200 ที่นั่ง และความเป็นไปได้ของการจัดตั้งรัฐบาลผสมสีน้ำเงิน-แดง-เขียว อาจทำให้รัฐบาลมีจำนวน ส.ส. สูงถึง 325 ที่นั่ง ส่งผลเชิงบวกต่อเสถียรภาพการเมือง เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าที่ไทยมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย สะท้อนผ่านการที่ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.46% มายืนเหนือระดับ 1,400 จุด พร้อมมูลค่าการซื้อขาย 1.02 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 ปี 5 เดือน นับตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2567 ขณะที่นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 1.65 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี นับตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565
ด้านราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นจากความกังวลด้านอุปทาน โดยราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.27% ปิดที่ 64.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมาน หลังสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์เตือนว่าเรือที่ติดธงชาติสหรัฐฯ มีความเสี่ยงถูกกองกำลังอิหร่านเข้าตรวจค้น
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของดัชนี SET เกือบ 47 จุด ส่งผลให้ระดับ Valuation ปรับสูงขึ้น โดย Forward P/E ปี 2569 อยู่ที่ 14.97 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 14.42 เท่า และสูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลังตั้งแต่ปี 2563 ที่ระดับ 14.61 เท่า จึงอาจเห็นแรงขายทำกำไรในหุ้นบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นที่พื้นฐานไม่แข็งแกร่งแต่ปรับตัวขึ้นตาม Sentiment ตลาด รวมถึงหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2568 จะอ่อนตัว โดยนักลงทุนควรติดตามการประกาศผลประกอบการของ KCE และ OR รวมถึงการปรับน้ำหนักดัชนี MSCI ในสัปดาห์นี้ว่ามีการปรับน้ำหนักหุ้นไทยหรือไม่
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
