TH-AI Passport เดิมพันอนาคต AI ไทย

ทำไม TH-AI Passport จึงถูกจับตามอง
ความสำคัญของโครงการนี้อยู่ที่จังหวะเวลา เพราะทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจ AI อย่างเต็มรูปแบบ ข้อมูลจาก McKinsey ประเมินว่า AI สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจทั่วโลกได้สูงถึง 4.4 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี ขณะที่องค์กรจำนวนมากเริ่มนำ AI มาใช้ในงานประจำวันเพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
ปัญหาสำคัญของไทยในปัจจุบันอาจไม่ใช่การไม่มีเทคโนโลยี AI แต่เป็นการที่ประชาชนจำนวนมากยังไม่สามารถเข้าถึงเครื่องมือระดับพรีเมียมได้ เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายหลายร้อยบาทต่อเดือน ทำให้การเรียนรู้และการนำ AI ไปใช้จริงยังจำกัดอยู่ในบางกลุ่มเท่านั้น
ค่าใช้จ่าย AI Pro ที่หลายคนยังเข้าถึงยาก
ปัจจุบันบริการ AI ระดับ Pro มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 700-800 บาทต่อเดือน หรือราว 8,000-12,000 บาทต่อปีต่อคน
สำหรับนักเรียน นักศึกษา ฟรีแลนซ์ หรือผู้ประกอบการรายย่อย ค่าใช้จ่ายดังกล่าวถือเป็นต้นทุนที่ไม่น้อย ส่งผลให้การทดลองใช้หรือพัฒนาทักษะ AI อย่างต่อเนื่องยังเป็นเรื่องยาก
ในหลายประเทศ AI เริ่มถูกมองเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการทำงานไม่ต่างจากอินเทอร์เน็ตหรือโปรแกรมสำนักงาน ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่ AI ราคาแพงหรือไม่ แต่คือรัฐควรช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงเทคโนโลยีในช่วงเริ่มต้นหรือไม่
เสียงสนับสนุน VS เสียงคัดค้าน
ผู้สนับสนุนมองว่า TH-AI Passport จะช่วยเปิดโอกาสให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยี ลดช่องว่างทางดิจิทัล และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของแรงงานและ SME ไทย
โดยเฉพาะ SME ซึ่งคิดเป็นกว่า 98% ของธุรกิจทั้งหมดในประเทศ สามารถใช้ AI ช่วยด้านการตลาด การวิเคราะห์ข้อมูล การสร้างคอนเทนต์ และการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ตั้งคำถามต่อโครงการมองว่า งบประมาณกว่า 1,621 ล้านบาท เป็นวงเงินขนาดใหญ่ และยังต้องพิสูจน์ว่าการลงทุนดังกล่าวจะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจได้มากน้อยเพียงใด
อีกมุมหนึ่งเสนอว่า ไทยควรลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI เช่น Data Center, Cloud Infrastructure, งานวิจัย และโมเดลภาษาไทย เพื่อสร้างความสามารถของประเทศในระยะยาวมากกว่าการสนับสนุนการใช้งานแพลตฟอร์มต่างชาติ
ไทยยังตามหลังประเทศเพื่อนบ้านด้าน AI
ข้อมูลจาก Microsoft AI Economy Institute ปี 2025 ระบุว่า ไทยมีประชาชนเพียง 10.7% ที่ใช้งาน AI ในชีวิตประจำวัน การเรียน หรือการทำงาน
ตัวเลขดังกล่าวต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16.3% และยังตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามที่ 23.5% รวมถึงสิงคโปร์ที่สูงถึง 60.9%
ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ประเทศไทยยังมีช่องว่างด้านการเข้าถึงและการใช้งาน AI จริงอยู่มาก หากไม่เร่งพัฒนาทักษะแรงงานและการใช้งานเทคโนโลยี อาจส่งผลต่อความสามารถในการแข่งขัน การดึงดูดการลงทุน และผลิตภาพของเศรษฐกิจในอนาคต
TH-AI Passport คือการลงทุนหรือค่าใช้จ่าย
คำถามสำคัญของโครงการนี้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องงบประมาณ แต่เป็นเรื่องยุทธศาสตร์ประเทศ ว่าประเทศไทยควรเร่งสร้างผู้ใช้งาน AI จำนวนมากก่อน หรือควรเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีภายในประเทศเป็นลำดับแรก
ในวันที่ AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของเศรษฐกิจโลก การตัดสินใจครั้งนี้อาจส่งผลต่อความสามารถแข่งขันของไทยในอีกหลายปีข้างหน้า
เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผู้ชนะในยุค AI อาจไม่ใช่ประเทศที่มีเทคโนโลยีดีที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่คือประเทศที่มีประชาชน ธุรกิจ และแรงงาน สามารถนำ AI ไปใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้จริงในวงกว้าง
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
