รีเซต

"ฝนตก" ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัย-น้ำท่วมระดับไหนไม่ควรขับลุย

"ฝนตก" ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัย-น้ำท่วมระดับไหนไม่ควรขับลุย
TNN ช่อง16
11 กันยายน 2565 ( 09:13 )
80
"ฝนตก" ขับรถอย่างไรให้ปลอดภัย-น้ำท่วมระดับไหนไม่ควรขับลุย

กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า ช่วงนี้ฝนกลับมาตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้ผู้ขับรถมีโอกาสพบกับสถานการณ์ขับรถลุยน้ำท่วม แบบไม่ทันตั้งตัว ผู้ขับรถควรประเมินความสูงของระดับน้ำขังก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัย จึงขอนำ “น้ำท่วมระดับไหน ไม่ควรขับรถลุย” มาฝากกัน 

- ระดับน้ำ 5-10 ซม. ขับผ่านได้ทุกคัน แต่ยังต้องมีสติ ระมัดระวัง ไม่ควรใช้ความเร็วสูง อาจทำให้สูญเสียการควบคุมได้ เพราะถนนลื่น 

- ระดับน้ำ 10-20 ซม. รถทุกประเภทยังขับผ่านไปได้ รถขนาดเล็กอาจได้ยินเสียงน้ำใต้ท้องรถ ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะยังมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในตัวรถ 

- รถอีโคคาร์ต้องระวัง ระดับน้ำ 20-40 ซม. เพราะส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้มีความสูงจากระดับพื้น 15-17 ซม. อาจทำให้เกิดปัญหาท่อไอเสียจม แต่ยังสามารถขับลุยน้ำผ่านได้ ส่วนรถกระบะยังผ่านไปได้ 

- ระดับน้ำ 40-60 ซม. รถเก๋ง รถขนาดเล็กต้องเลี่ยง 

รถกระบะยังฝ่าไปได้ ปิดแอร์ขณะขับ ป้องกันพัดลมแอร์หน้ารถดูดละอองน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ จะทำให้เครื่องยนต์ดับ ขับขี่ให้ช้าลง ลดการเกิดคลื่นน้ำซัดเข้าหารถ จากรถคันอื่น ๆ เพื่อลดความเสี่ยงที่น้ำจะกระจายเข้าสู่ห้องเครื่องยนต์ 

- ระดับน้ำ 60-80 ซม. อันตรายต่อรถทุกคัน

ไม่ควรขับลุย เพราะน้ำอาจไหลเข้าห้องเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ดับ หยุดชะงัก ก่อให้เกิดความเสียหายในระบบต่างๆ ได้ ซึ่งการขับลุยน้ำท่วมระดับนี้ต้องใช้ความชำนาญเป็นพิเศษ ที่สำคัญอย่าปะทะคลื่นโดยตรง เพื่อหลีกเลี่ยงเครื่องดับกลางอากาศ 

- ระดับน้ำสูงเกินกว่า 80 ซม. ควรใช้เส้นทางอื่น 

หลังจากขับรถลุยน้ำ อย่าลืมตรวจเช็คการทำงานของระบบเบรก เหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อไล่น้ำออก และขับขี่ให้ช้าลง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน 

ภาพจาก กรมการขนส่งทางบก


นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก ยังแนะนำการขับรถ ช่วงที่ฝนกำลังตก ขับรถอย่างไร ให้ปลอดภัย

1.ตรวจสอบความพร้อมของรถก่อนเสมอ

2.เช็กที่ปัดน้ำฝน ยางปัดน้ำฝน ต้องปัดน้ำฝนได้ดี

3.สภาพของล้อยาง ไม่มีรอยฉีกขาด บวม ดอกยางไม่สึกหรอ มีความลึกพอสามารถยึดเกาะถนนและรีดน้ำได้ดี

4.เปิดไฟหน้ารถตลอดเวลาที่ฝนตก

5.เว้นระยะห่างจากรถคันหน้ามากกว่าปกติ ประมาณ 10-15 เมตร

6.ขับรถอยู่ในช่องทางของตนเอง ไม่หยุดรถหรือเปลี่ยนช่องทางกะทันหัน

7.ใช้ความเร็วให้เหมาะสมกับทัศนวิสัยการมองเห็น

8.เพิ่มการสังเกตแหล่งน้ำขังบนพื้นผิวถนน ชะลอความเร็ว ป้องกันรถเหินน้ำ

9.ไม่ควรเปิดไฟกะพริบหรือไฟฉุกเฉิน เพื่ออาจสร้างความเข้าใจแก่เพื่อนร่วมทางได้

10.เมื่อรถลื่นไถลไม่ควรเบรกทันที ค่อยๆ ลดความเร็ว หรือใช้เกียร์ต่ำ

ภาพจาก กรมการขนส่งทางบก


 

ข้อมูลจาก กรมการขนส่งทางบก

ภาพจาก TNN ONLINE / กรมการขนส่งทางบก

ข่าวที่เกี่ยวข้อง