รีเซต

กองทัพบกสหรัฐฯ เปิดตัวต้นแบบรถถัง M1E3 Abrams แห่งอนาคต เผยจุดเด่นควบคุมง่ายคล้ายจอยเกม

กองทัพบกสหรัฐฯ เปิดตัวต้นแบบรถถัง M1E3 Abrams แห่งอนาคต เผยจุดเด่นควบคุมง่ายคล้ายจอยเกม
TNN ช่อง16
18 มกราคม 2569 ( 10:42 )
8

กองทัพบกสหรัฐอเมริกา (U.S. Army) เปิดตัวรถถังต้นแบบ M1E3 Abrams อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรก ภายในงาน Detroit Auto Show 2026 โดยระบุว่าเป็นแพลตฟอร์มสาธิตเทคโนโลยี (Technology Demonstrator) สำหรับรถถังยุคถัดไปรองรับการใช้งานยาวไปจนถึงช่วงปี 2040

กองทัพบกสหรัฐฯ ระบุว่า M1E3 ไม่ใช่รถถังพร้อมรบในทันที แต่เป็นต้นแบบที่ใช้ทดสอบแนวคิดการออกแบบใหม่ ระบบดิจิทัล และสถาปัตยกรรมแบบเปิด เพื่อรับมือภัยคุกคามยุคใหม่ ทั้งโดรน อาวุธนำวิถีแม่นยำสูง และสงครามเครือข่ายข้อมูล 

จุดเด่นป้อมปืนไร้คนขับ ลดลูกเรือเหลือ 3 นาย

จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดของ M1E3 Abrams คือ การนำแนวคิด ป้อมปืนไร้พลประจำการ (Unmanned Turret) มาใช้อย่างเต็มรูปแบบ แตกต่างจากรถถัง Abrams ทุกรุ่นก่อนหน้า ตั้งแต่ M1A1, M1A2 SEP v2 และ SEP v3 ที่ยังคงมีพลประจำป้อมปืน

การออกแบบใหม่นี้ย้ายลูกเรือทั้งหมดลงไปอยู่ภายในตัวถัง (Hull) เพื่อเพิ่มอัตราการรอดชีวิต หากป้อมปืนถูกโจมตีโดยตรง พร้อมลดจำนวนลูกเรือจาก 4 นาย เหลือเพียง 3 นาย ได้แก่ ผู้บังคับการรถ, พลยิง และพลขับ

บริเวณท้ายป้อมปืนมีการออกแบบ Bustle ใหม่ ซึ่งคาดว่าใช้ติดตั้ง ระบบบรรจุกระสุนอัตโนมัติ (Autoloader) สำหรับปืนใหญ่หลัก ช่วยลดภาระลูกเรือและเพิ่มอัตราการยิง ขณะเดียวกัน ตัวถังด้านหน้าได้รับการเสริมโครงสร้างเกราะใหม่ และเปลี่ยนมาใช้ช่องเข้า-ออก 2 ช่อง สำหรับลูกเรือที่นั่งเรียงกันภายในตัวถัง แทนช่องพลขับเดี่ยวแบบดั้งเดิม

อาวุธหลักคงเดิม แต่เสริมเขี้ยวเล็บรับมือโดรน

แม้โครงสร้างจะเปลี่ยนไปอย่างมาก แต่ อาวุธหลัก ยังคงเป็นปืนใหญ่สมูธบอร์ M256 ขนาด 120 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นมาตรฐานของ Abrams มานานหลายทศวรรษ รองรับกระสุนพลังงานจลน์ (APFSDS) และกระสุนอเนกประสงค์รุ่นใหม่

อย่างไรก็ตาม M1E3 ได้รับการเสริมศักยภาพด้วย สถานีอาวุธควบคุมระยะไกล (Remote Weapon Station หรือ RWS) รุ่น EOS R400 Mk2 ติดตั้งบนป้อมปืน ประกอบด้วย เครื่องยิงลูกระเบิดอัตโนมัติขนาด 40 มม., ปืนกลขนาด 7.62 มม. และจรวดต่อสู้รถถัง Javelin

นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบเรดาร์ EchoGuard สำหรับตรวจจับและรับมือภัยคุกคามจากโดรน ซึ่งสะท้อนถึงบทเรียนจากสงครามสมัยใหม่ โดยเฉพาะในยูเครนและตะวันออกกลาง ที่โดรนราคาถูกสามารถสร้างความเสียหายต่อรถถังได้อย่างมีนัยสำคัญ

ระบบการมองเห็นของลูกเรือเปลี่ยนจากช่องมองแบบดั้งเดิม มาเป็น กล้องตรวจการณ์รอบทิศทาง ระบบภาพดิจิทัล และจอแสดงผลความละเอียดสูง ช่วยให้ลูกเรือรับรู้สถานการณ์ 360 องศา แม้อยู่ในสภาพแวดล้อมการรบที่ซับซ้อน

ปฏิวัติการควบคุมใช้จอยเกมลดเวลาฝึกกำลังพล

และอีกหนึ่งประเด็นที่ถูกพูดถึงมาก คือ ระบบควบคุมการขับเคลื่อนและอาวุธ ซึ่งกองทัพบกสหรัฐฯ เลือกใช้ จอยเกม Fanatec รุ่น Formula V2 เป็นอุปกรณ์ควบคุมหลัก สะท้อนแนวคิดการออกแบบที่คุ้นเคยกับทหารรุ่นใหม่ที่เติบโตมากับเกมและระบบดิจิทัล

กองทัพระบุว่าแนวทางนี้ช่วยให้ลดระยะเวลาการฝึก, ลดความซับซ้อนของระบบควบคุม และเพิ่มความแม่นยำในการปฏิบัติการ

ระบบยังรองรับการทำงานแบบอัตโนมัติ (Automation) ในระดับสูง โดยในทางทฤษฎี M1E3 สามารถเคลื่อนที่ ตรวจการณ์ และยิงอาวุธได้ด้วยลูกเรือเพียง 1 นาย ในบางภารกิจ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดการรบแบบลดกำลังพลในสนามรบอนาคต

ขุมพลังมุ่งสู่ระบบไฮบริด ประหยัดเชื้อเพลิง

แม้ต้นแบบที่จัดแสดงจะยังคงใช้ เครื่องยนต์กังหันแก๊ส (Gas Turbine) แบบเดียวกับ Abrams รุ่นปัจจุบัน แต่กองทัพบกสหรัฐฯ ยืนยันว่าเป้าหมายระยะยาวของ M1A3 Abrams คือการเปลี่ยนไปใช้ ระบบขับเคลื่อนไฮบริด ผสานเครื่องยนต์ดีเซลเชิงพาณิชย์กับระบบเกียร์รุ่นใหม่

แนวทางนี้จะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง, ลดภาระโลจิสติกส์ และเพิ่มพิสัยปฏิบัติการ รองรับการจ่ายพลังงานให้ระบบอิเล็กทรอนิกส์และอาวุธพลังงานสูงในอนาคต

กองทัพยังระบุว่า M1E3 มีน้ำหนักเบากว่า Abrams รุ่นปัจจุบัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเคลื่อนย้ายทางอากาศและการปฏิบัติการในภูมิประเทศจำกัด

แพลตฟอร์มทดสอบสู่ M1A3 ยุคใหม่

รถถังต้นแบบ M1E3 Abrams คันนี้พัฒนาโดยบริษัท รูช ดีเฟนส์ (Roush Defense) ในรัฐมิชิแกน ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มทดสอบแนวคิด ระบบดิจิทัล และสถาปัตยกรรมระบบเปิด (Open Architecture) ก่อนส่งต่อข้อมูลและบทเรียนให้กับ เจเนอรัล ไดนามิกส์ แลนด์ ซิสเต็มส์ (General Dynamics Land Systems) ผู้รับผิดชอบการผลิต Abrams ในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง