รีเซต

ตลท.เชื่อโฟลว์ไหลกลับ หลังงานIMF-World Bank

ตลท.เชื่อโฟลว์ไหลกลับ หลังงานIMF-World Bank
ทันหุ้น
9 ตุลาคม 2569 ( 08:45 )
1

#ตลท. #Prop Trade #ทันหุ้น  - ตลท.เชื่อฟันด์โฟลว์ไหลกลับมาซื้อหุ้นไทย หลังเสร็จประชุม IMF-World Bank เป็นเวทีระดับโลกที่รัฐบาลโชว์นโยบาย-แนวโน้มเศรษฐกิจ-ความน่าสนใจ ประเทศไทยทำให้กองทุนต่างชาติเห็นศักยภาพการเติบโตของไทยในระยะยาว  ยันกรณีโบรกเปิดให้นักลงทุนต่างชาติซื้อขายผ่าน Prop Trade ทำได้ไม่ผิดเกณฑ์ แต่ต้องหาข้อสรุปจะนับเป็นวอลุ่มของต่างชาติ หรือ บัญชีบล. จากปัจจุบันนับเป็นต่างชาติ เตรียมประชุมหาข้อสรุป 28 ตุลาคมนี้

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า  ส่วนตัวเชื่อว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) จะไหลกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยจำนวนมาก หลังจากเสร็จการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ( IMF-World Bank) เนื่องจาก รัฐบาลได้มีการสื่อสารโยบายและทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ และความน่าสนใจของประเทศไทย บนเวทีสากลซึ่งเป็นจุดที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตามอง และช่วยเปิดโอกาสให้นักลงทุนต่างชาติและกองทุนรายใหญ่ได้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาว

@เชื่อไหลออกระยะสั้น

โดยฟันด์โฟลว์ที่ไหลออกในช่วงที่ผ่านมา เกิดจากปัจจัยในต่างประเทศเป็นหลักทำให้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิตลาดทุนโลกโดยเฉพาะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย ไม่ใช่ขายเฉพาะตลาดหุ้นไทย ซึ่งมองการขายของนักลงทุนต่างชาติเป็นปัจจัยระยะสั้น เพราะเชื่อว่าในระยาวเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลกลับ เพราะปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยแข็งแกร่ง และจากที่ไปโรดโชว์ร่วมกันนายกรัฐมนตรี ที่นิวยอร์ก ได้พบกับ ผู้บริหารระดับสูง ของกองทุนต่างชาติขนาดใหญ่ก็ให้ความสนใจเข้ามาพูดคุยถึงทิศทางนโยบาย และมองเห็นศักยภาพการเติบโตของประเทศไทยในระยะยาว โดยโจทย์สำคัญต่อจากนี้คือการผลักดันให้นโยบายต่างๆ เกิดขึ้นได้จริง

“จากที่เห็นเม็ดเงินฟันด์โฟลว์ขายสุทธิต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมานั้น เป็นปัจจัยภายนอก เช่น บอนด์ยิลด์ที่ปรับตัวขึ้นสูงมาก ไปแตะระดับประมาณ 5% กดดันทำให้นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นในแถบเอเชีย  ไม่ใช่ขายเฉพาะตลาดหุ้นไทย แต่ส่วนตัวเชื่อว่าในระยะยาวต่างชาติจะกลับมาซื้อ เพราะพื้นฐานของเราไม่ได้เปลี่ยนไป  และจากที่ไปโรดโชว์กับนายกฯ ที่นิวยอร์กและลอนดอน ได้พบผู้บริหารระดับสูงของกองทุนขนาดใหญ่กว่า 40 กองทุน ให้ความสนใจตลาดหุ้นไทยหลังจากได้รับฟังนโยบายของรัฐบาล กระตุ้นเศรษฐกิจ”

@อัพกำไรบจ.ขึ้น 23%

นายฉัตรชัย ทิศาดลดิลก ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิจัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า แม้นักลงทุนต่างชาติจะมีการขายสุทธิในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หากดูปัจจุบันพื้นฐานของตลาดหุ้นไทยถือว่ายังดีอยู่ จากกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้ถูกปรับเพิ่มขึ้นประมาณ 23.9% ซึ่งสอดคล้องกับดัชนีหุ้นไทยที่ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้น 25% (ณ 7 ต.ค.69) ขณะที่  Forward P/E ลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

ทั้งนี้หากพิจารณาจาก Earning Yield Gap อยู่ที่ 5.17% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวเล็กน้อย และยังอยู่ในกรอบ+1S.D สะท้อนว่า แวลูเอชันตลาดหุ้นไทยยังไม่ได้อยู่ในระดับตึงตัว  และในช่วงปลายปีนี้มีโอกาสได้แรงหนุนจากการซื้อของกองทุนประหยัดภาษี คือ กองทุน Thai ESG ที่นักลงทุนยังได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 300,000 บาทต่อหุ้น ซึ่ง AUM ของกองทุน Thai ESG ณ ครึ่งปีแรก 2569 อยู่ที่  68,409 ล้านบาท

อย่างไรก็ตามปัจจัยที่จะต้องติดตามในระยะถัดไปคือ ผลกระทบและการฟื้นตัวจากสถานการณ์น้ำท่วม มาตรการภาครัฐ การลงทุน และกิจกรรมเศรษฐกิจในไตรมาส 4 รวมถึงแนวโน้ผลประกอบการของบจ. กาประชุมของเฟด และกนง. อัตราบอนด์ยิลด์ และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์

@ประชุมโบรก 28 ต.ค.นี้

ส่วนกรณีที่มีบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ให้ลูกค้าต่างชาติทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นไทยในพอร์ตลงทุนของโบรกเกอร์ (บัญชีหลักทรัพย์เพื่อบริษัทหลักทรัพย์ หรือ Prop Trade) นายอัสสเดช กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวนั้นโบรกเกอร์สามารถทำได้ ไม่ได้ผิดเกณฑ์การซื้อขาย  แต่มีประเด็นที่จะต้องหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุป คือ เมื่อลูกค้าต่างชาติเข้าทำธุรกรรมการซื้อขายหุ้นไทยผ่านพอร์ตลงทุนของโบรกเกอร์ นั้นจะนับเป็นมูลค่าการซื้อขายของ บัญชีโบรกเกอร์  (เครื่องหมาย P) หรือ จะนับเป็นมูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติที่เป็นคนเข้ามาทำธุรกรรม (เครื่องหมาย F)   ซึ่งจากการประชุมครั้งที่ผ่านมา โบรกเกอร์ส่วนใหญ่ให้นับเป็น P โดยตลาดหลักทรัพย์ จะมีการประชุมหารือกับบริษัทหลักทรัพย์สมาชิกอีกครั้งในวันที่  28 ตุลาคมนี้  และจะมีการหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้หากมความชัดเจนดังกล่าวแล้ว ตลาดหลักทรัพย์จะนำไปปรับปรุงข้อมูลการซื้อขายต่อไป โดยจะมีการปรับปรุงข้อมูลเบื้องต้นตั้งแต่ต้นปี 2568   แต่ส่วนตัวเชื่อว่าหากให้นับวอลุ่มเป็นของบัญชีโบรกเกอร์  จากปัจจุบันนับเป็นวอลุ่มของนักลงทุนต่างชาติ เชื่อว่าไม่หากมีการปรับปรุงข้อมูลดังกล่าวไม่ได้ทำให้มูลค่าการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติเปลี่ยนแปลงไปมาก จากที่เผยแพร่ไปแล้ว   

“การที่นักลงทุนต่างชาติมาซื้อขายหุ้นไทยผ่านพอร์ตการลงทุนของโบรกเกอร์นั้น สามารถทำได้มีได้ผิดกฎเกณฑ์  จะเป็นลักษณะคำสั่งซื้อขาย QTC  เช่น ต้องการซื้อหุ้น แล้วไม่อยากเปิดบัญชีเอง โดยบอกโบรกเกอร์ไปซื้อหุ้นให้แล้วแจ้งผลตอบแทนที่คาดหวังไว้ และเมื่อราคาหุ้นถึงจุดดังกล่าว โบรกเกอร์จะมีการขายหุ้นเพื่อนำเงินให้กับลูกค้า  หรือเรียกว่า  Total Return Swap แต่หากราคาหุ้นลงจากโบรกเกอร์จะต้องบริหารจัดการความเสี่ยงเอง”

ข่าวที่เกี่ยวข้อง