"Starbucks" เลิกจ้าง 224 ตำแหน่ง เดินหน้าลดต้นทุน

Starbucks เดินหน้าปรับลดพนักงานสำนักงานอีก 224 ตำแหน่ง ท่ามกลางการปรับโครงสร้างองค์กรภายใต้ยุทธศาสตร์ Back to Starbucks ของไบรอัน นิกโคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งกำลังพยายามลดความซับซ้อนขององค์กร ควบคู่กับการฟื้นยอดขายและประสบการณ์ภายในร้าน
ข้อมูลจากหนังสือแจ้งการปรับลดพนักงาน ที่ยื่นต่อรัฐวอชิงตัน ระบุว่า การสิ้นสุดการจ้างงานจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม และเสร็จสิ้นภายในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2026
ในจำนวนทั้งหมด ประมาณ 104 ตำแหน่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กร ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับฝ่ายออกแบบและพัฒนาร้าน ขณะที่อีกประมาณ 120 ตำแหน่งเป็นพนักงาน รวมถึงบุคลากรฝ่ายเทคโนโลยี ที่ได้รับข้อเสนอให้ย้ายไปทำงานในเมืองแนชวิลล์ รัฐเทนเนสซี แต่ปฏิเสธการย้ายสถานที่ทำงาน
Starbucks ย้ำว่า การยื่นหนังสือครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการประกาศปลดพนักงานรอบใหม่ แต่เป็นขั้นตอนต่อเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กรที่ประกาศไว้เมื่อเดือนพฤษภาคม ซึ่งครอบคลุมการลดพนักงานสำนักงานในสหรัฐฯ ประมาณ 300 ตำแหน่ง และการปิดสำนักงานประจำภูมิภาคบางแห่ง
บริษัทประเมินว่า การปรับโครงสร้างดังกล่าวจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายประมาณ 400 ล้านดอลลาร์ หรือราว 13,080 ล้านบาท ในจำนวนนี้ประมาณ 120 ล้านดอลลาร์เป็นเงินชดเชยและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการเลิกจ้าง
อย่างไรก็ตาม การลดคนเกิดขึ้นในช่วงที่ธุรกิจหลักของ Starbucks เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว บริษัททำยอดขายสาขาเดิมทั่วโลกเติบโตติดต่อกัน 4 ไตรมาส โดยไตรมาส 3 ของปีงบการเงิน 2026 ยอดขายสาขาเดิมเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 จากจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.2 และยอดใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครั้งเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.5
ยอดขายสาขาเดิมในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.9 เช่นเดียวกัน ขณะที่ตลาดต่างประเทศเติบโตร้อยละ 5.7 ส่วนรายได้รวมอยู่ที่ประมาณ 9,300 ล้านดอลลาร์ ลดลงราวร้อยละ 1 จากปีก่อน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับธุรกิจค้าปลีกในจีนเข้าสู่รูปแบบกิจการร่วมค้าที่ใช้ระบบให้สิทธิ์ดำเนินงาน
ภาพที่เกิดขึ้นสะท้อนว่า ยอดขายที่ฟื้นตัวไม่ได้ทำให้ Starbucks หยุดลดต้นทุน บริษัทกำลังตัดค่าใช้จ่ายในหน่วยงานสนับสนุน เพื่อโยกทรัพยากรกลับไปยังพนักงานหน้าร้าน อุปกรณ์ และการปรับปรุงร้านกาแฟ
Tag
ยอดนิยมในตอนนี้
