หนีโควิดจากพม่า รวบอีก 8 ราย ทำงานสถานบันเทิง ลักลอบเข้าไทย

หนีโควิดจากพม่า รวบอีก 8 ราย ทำงานสถานบันเทิง ลักลอบเข้าไทย
ข่าวสด
30 พฤศจิกายน 2563 ( 15:58 )
1.1K
หนีโควิดจากพม่า รวบอีก 8 ราย ทำงานสถานบันเทิง ลักลอบเข้าไทย

จากกรณี พบคนไทย ลักลอบเดินทางจากประเทศพม่า และพบว่าติดเชื้อโควิด ซึ่งเริ่มจากสาววัย 29 ปี ก่อนที่จะพบหญิงอีกสองรายที่ทำงานสถานบันเทิงเดียวกัน ลักลอบข้ามประเทศมาติดเชื้อเพิ่มอีก 2 รายที่ จ.เชียงราย นั้น

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเกิดการระบาดหนัก ที่ฝั่งจังหวัดท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมาร์ตรงข้ามกับอำเภอแม่สายจังหวัดเชียงราย มีการประกาศเคอฟิว มาระยะหนึ่งแล้ว แต่การขนส่งสินค้าข้ามแดน ยังเปิดให้มีการค้าขาย ที่จุดผ่านแดนสะพานแห่งที่ 2 แต่ก็มีการคัดกรอง คนขับอย่างเข้มงวด เพื่อความปลอดภัย

 

รายงานว่า มีชาวบ้าน หลายรายรวมทั้งคนไทยที่ตกค้างทำงานอยู่เมียนมา ต้องการข้ามแดนกลับมายังฝั่งไทยเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากด่านปิด จึงเกิดบัญหาการลักลอบข้าม ทางช่องทางธรรมชาติ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มการลาดตระเวนตามแนวชายแดนอย่างเข้มงวดมากขึ้น

 

 

ในช่วงเช้าวันที่ 30 พย.เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัว ราษฎรไทย จำนวน 4 คน (หญิง 3, ชาย 1) ได้ทำการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ผ่านช่องทางธรรมชาติ ห่างจากช่องทางป้ายเหลือง ไปด่านผาหมี ประมาณ 400 เมตร

 

รายงานข่าว ระบุว่า ยังพบผู้ลักลอบเข้าประเทศอีกจุดบริเวณ ท่ากระหล่ำ บ.เหมืองแดงใต้ หมู่ 1 ต.แม่สาย อ.แม่สาย ชาวบ้านมาแจ้งให้ไปตรวจสอบว่า พบบุคคลต้องสงสัยจำนวน 4 คน ท่าทางมีพิรุธ บริเวณป้อม ชรบ. บ้านเหมืองแดงใต้ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบทั้ง 4 คนได้ยินยอมให้ควบคุมตัว เป็นหญิงไทยทั้ง 4 ราย มีชาวอุดร 2 คน ชาวขอนแก่น 1 คน และชาวภูเก็ต 1 คน

ทั้งหมดรับสารภาพว่า ได้เดินทางไปยัง ประเทศเมียนมา เมื่อ วันที่ 12 พ.ย. 63 เพื่อที่จะไปทำงาน ออนไลน์ และทำงาน PR อยู่ที่ร้าน DAT และได้พักที่ โรงแรมเอราวัณ เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด – 19 เพิ่มขึ้น จึงได้เดินทางข้ามลำน้ำสายมายังฝั่งไทย เพื่อที่จะกลับภูมิลำเนา ยินยอมที่จะกักตัวแต่โดยดี เจ้าหน้าที่ จึงได้ส่งตัวทั้งหมด 8 รายเข้ากักตัวในสถานที่จัดให้

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้พยายามประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่ตกค้างอยู่ฝั่งประเทศพม่าที่ต้องการจะกลับประเทศไทยให้แสดงตัวเพื่อเข้ารับการกักตัว ป้องกันการลักลอบข้ามแดนแบบไม่เปิดเผย เพราะจะสร้างปัญหาในการติดตามและเสี่ยงในการนำเชื้อไปแพร่ต่อ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง