รีเซต

"บิ๊กเทคโลก" โละคนพุ่ง 80,000 คน หุ่นยนต์แทน 50%

"บิ๊กเทคโลก" โละคนพุ่ง 80,000 คน หุ่นยนต์แทน 50%
TNN ช่อง16
10 เมษายน 2569 ( 12:03 )
9

มีรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จนถึงเดือนเมษายนปีนี้ พนักงานในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ถูกเลิกจ้างไปแล้วเป็นจำนวนเกือบ 80,000 คน (78,557 คน) รายงานของ Nikkei Asia ระบุว่า ร้อยละ 47.9 ของจำนวนดังกล่าว มีความเชื่อมโยงกับความต้องการแรงงานมนุษย์ที่ลดลง จากการนำ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ และระบบอัตโนมัติ มาใช้ในกระบวนการทำงานมากขึ้น

ขณะที่ มุมมองของ Babak Hodjat ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการณ์ ด้านเอไอของ Cognizant บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยี ให้ความเห็นว่า ผลกระทบอย่างเต็มรูปแบบของ เอไอ ต่อการจ้างงาน ยังไม่เกิดขึ้นในทันที แต่มีแนวโน้มที่จะเริ่มเห็นชัด ในช่วงประมาณ 1 ปีข้างหน้า 

เขาระบุว่า การปลดพนักงานในช่วงนี้ ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนว่า เกิดจากการเพิ่มประสิทธิภาพของ เอไอ โดยตรง เพราะในบางกรณี เอไอ จะถูกใช้เป็นแพะรับบาป ทางการเงิน เมื่อบริษัทจ้างคนมากเกินไป หรือต้องการปรับโครงสร้างองค์กร แต่เชื่อว่า การเลิกจ้างที่จะขับเคลื่อนด้วย เอไอ จะเกิดขึ้นจริง แต่ต้องใช้เวลาอีกประมาณ 6 เดือน ถึง 1 ปี หลังจากบริษัทเหล่านั้น เริ่มเห็นผลผลิตที่แท้จริงจากการนำ เอไอ มาใช้ ดังนั้น ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน อาจเป็นช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับแรงงานจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ ส่งสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนักต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี เนื่องจากบริษัทจำนวนมาก ยังคงเดินหน้าปลดคนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด คือ Oracle ที่ได้เลิกจ้างพนักงานแบบกะทันหัน มากกว่า 10,000 ตำแหน่ง และมีรายงานว่า บริษัทฯ มีแผนจะนำเงินที่ประหยัดได้จากส่วนนี้ไปลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านศูนย์ข้อมูล (ดาต้า เซ็นเตอร์) 

ขณะเดียวกัน สถาบันและผู้นำในอุตสาหกรรมจำนวนมาก ได้ออกมาเตือนถึงผลกระทบของ เอไอ ต่อการจ้างงานมา ก่อนหน้านี้แล้ว เช่น Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic และ Jim Farley ซีอีโอของ Ford ที่มองว่า เทคโนโลยีดังกล่าวอาจทำให้ ตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นของกลุ่มพนักงานออฟฟิศ ในสหรัฐฯ หายไปมากกว่าครึ่งหนึ่ง 

ส่วนผลการศึกษาของ Stanford ยังชี้ให้เห็นว่า เอไอ ไม่ได้เป็นแค่การคาดการณ์ในอนาคต แต่กำลังเริ่มเข้ามาแทนที่งานบางประเภทแล้ว โดยเฉพาะงานระดับเริ่มต้น เช่น งานเขียนโค้ดพื้นฐาน และงานบริการลูกค้า

ขณะที่แบบจำลองสถานการณ์ของ MIT ระบุว่า หาก เอไอ มีการพัฒนาเต็มที่แล้ว อาจสามารถทดแทนแรงงานได้เกือบร้อยละ 12 ของกำลังแรงงานในสหรัฐฯ และทำให้ค่าจ้างรวมของแรงงานหายไปเกือบ 1 ล้าน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม ยังมีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนออกมาโต้แย้งต่อกระแสความเชื่อดังกล่าว โดยมองว่า เอไอ เป็นเพียงข้ออ้างสำหรับผลประกอบการทางธุรกิจที่ไม่ดี เช่น Sam Altman ซีอีโอของ OpenAI ที่เคยกล่าวว่า บางบริษัทกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า AI washing หรือการโทษ เอไอ สำหรับการปลดพนักงานที่จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว 

แม้จะมีมุมมองที่แตกต่างกัน ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า เทคโนโลยี เอไอ จะส่งผลกระทบต่อการจ้างงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และแรงงานจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีบางบริษัทที่เดินหน้าสวนทางกับแนวโน้มดังกล่าว เช่น IBM ซึ่งเพิ่มการจ้างงานระดับเริ่มต้นถึง 3 เท่าในปีนี้ โดยให้เห็นผลว่า แม้ เอไอ จะสามารถทำงานระดับเริ่มต้นได้หลายประเภท แต่หลายบทบาท ก็ต้องการทักษะและการตัดสินใจของมนุษย์ 

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า แม้การลดตำแหน่งงานระดับเริ่มต้น จะช่วยลดต้นทุนในองค์กรในระยะสั้น แต่ในระยะยาวอาจสร้างความเสี่ยงต่อการพัฒนาบุคลากร เนื่องจากตำแหน่งงานระดับเริ่มต้นถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการพัฒนาพนักงานไปสู่ตำแหน่งที่มีประสบการณ์และระดับบริหารในอนาคต 

สำหรับในสหรัฐฯ บริษัทที่ปรึกษาด้านแรงงาน Challenger, Gray & Christmas  เผยว่า การปลดพนักงานในภาคเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน อยู่ในระดับสูงสุด นับตั้งแต่ปี 2023 (หรือในรอบ 3 ปี) และมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นต่อไปอีก ขณะเดียวกัน เอไอ กำลังเข้ามาแทนที่ตำแหน่งงานบางส่วน และทำให้ตำแหน่งงานบางส่วนหายไป

รายงานดังกล่าว ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปี 2026 บริษัทเทคโนโลยีที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ ประกาศปลดพนักงานรวมกัน เป็นจำนวน 52,050 ตำแหน่ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 40 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งตัวเลขนี้ ยังไม่นับรวมตัวเลขของ Oracle ที่ยังไม่เปิดเผยตัวเลขผลกระทบที่ชัดเจน และ เฉพาะเดือนมีนาคม มีการปลดพนักงานเป็นจำนวนกว่า 18,720 ตำแหน่ง และพบว่า เอไอ ถูกใช้เป็นเหตุผลหลักของการปลดพนักงาน คิดเป็นร้อยละ 25 ของการเลิกจ้างในเดือนมีนาคม

Challenger ให้ความเห็นว่า บริษัทจำนวนมากกำลังโยกงบประมาณไปสู่การลงทุนด้าน เอไอ โดยแลกกับการลดตำแหน่งงานลง และคาดว่าแนวโน้มการปลดพนักงานในภาคเทคโนโลยี อาจเกิดขึ้นเพิ่มเติมอีกในระยะต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ เอไอ ยังไม่สามารถทดแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ทั้งหมด แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือ เอไอ กำลังเปลี่ยนแปลงลักษณะของงานและโครงสร้างกำลังแรงงานอย่างต่อเนื่อง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้ แรงงานจำเป็นต้องปรับตัว โดยต้องคิดเชิงกลยุทธ์มากขึ้นในการทำงานร่วมกับ เอเจนต์ เอไอ ที่สามารถจัดการงานที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกัน ทักษะด้าน การตัดสินใจ การวิเคราะห์ และวิจารณญาณของมนุษย์ จะมีความสำคัญมากขึ้นในยุคของ เอไอ 

ไปดูอีกหนึ่งมุมมอง จาก Kathy Ros นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริษัทที่ปรึกษา Gartner กล่าวกับ Business Insider ว่า ในหลายกรณี เอไอ อาจไม่ได้เข้ามาแทนที่งานโดยตรง แต่ดูเหมือนว่า จะเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การจัดสรรเงินลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัท ที่กำลังเร่งทุ่มเงินไปสู่เทคโนโลยี เอไอ โดยหวังสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในอนาคต

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง