รีเซต

“ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ทำไมลูกหนี้หัวหมอ ชอบใช้กลยุทธ์นี้ไม่คืนเงิน จนเจ้าหนี้ต้องทุกข์ใจ

“ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ทำไมลูกหนี้หัวหมอ ชอบใช้กลยุทธ์นี้ไม่คืนเงิน จนเจ้าหนี้ต้องทุกข์ใจ
TNN ช่อง16
2 กันยายน 2569 ( 13:13 )
8

เคยไหม เวลาเห็นใครลำบาก มาขอยืมเงิน เราเห็นใจก็ให้ยืมไปได้ง่าย โดยเชื่อว่า ลูกหนี้จะคืนเงินให้เราครบทุกบาท ทุกสตางค์ บางรายมีให้สัญญาจะให้ดอกเบี้ยด้วย แต่พอผ่านไป นานวันเข้า กลับหายหัว เงินไม่คืน ทวงก็ลำบาก แถมยังไล่ให้ไปฟ้องร้องอีก คดียืดเยื้อจนเจ้าหนี้ต้องตรอมใจ บางคนก็ถอดใจไม่ติดตามทวงถามอีกเลย 


แล้วทำไม “ลูกหนี้” บางส่วนถึงมีพฤติกรรมชอบใช้วิธีนี้ ในการหลีกเลี่ยงการชำระหนี้กัน


"ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" มุกคลาสสิกไม่คืนเงิน 


คำว่า "ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย" เป็นวลีสะท้อนปัญหาลูกหนี้หัวหมอในสังคมไทยอย่างแท้จริง ซึ่งในทางกฎหมายและพฤติกรรมศาสตร์ ลูกหนี้มักใช้ช่องว่างของระบบกระบวนการยุติธรรมแพ่งมาเป็นเครื่องมือ


การกู้เงินแล้วไม่ชำระหนี้ หรือ ยืมเงินแล้วไม่คืนนั้น ในลักษณะเป็นการกู้ยืมเงินทั่วไป ไม่มีการฉ้อโกงหรือสั่งจ่ายเช็คเด้ง ตามกฎหมายไทยถือเป็น “คดีแพ่ง” เข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 213 ซึ่งคดีแพ่งเจ้าทุกข์จะไม่สามารถแจ้งความดำเนินคดีได้ แตกต่างจากคดีอาญา 


ตรงจุดนี้เองอาจทำให้ลูกหนี้บางรายใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางกฎหมาย เพราะการดำเนินคดีแพ่งมีทั้งค่าธรรมเนียมศาล ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี เช่น การจ้างทนายความ เพื่อติดตามทวงถาม รวมถึงเวลาในการต่อสู้คดีและเข้าสู่กระบวนการบังคับคดี ขณะที่เจ้าหนี้ไม่ได้รับประกันว่า เมื่อชนะคดีแล้วจะได้รับเงินคืนทันที


นอกจากนี้ ลูกหนี้บางคนที่รู้ตัวว่าจะถูกฟ้อง มักมีพฤติกรรมถ่ายโอน หรือ ยักย้ายทรัพย์สินเป็นชื่อคนอื่น เมื่อถึงเวลาศาลตัดสินให้ต้องชำระหนี้ พอสืบทรัพย์ก็จะพบว่า ไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย ทำให้ไม่สามารถยึดมาชำระหนี้ได้ 

ปัญหาความยากของการบังคับคดีไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น หากย้อนกลับไปดู งานวิจัยของ TDRI เมื่อปี 2551 เคยชี้ให้เห็นว่า กระบวนการบังคับคดีของไทยมีปัญหาความล่าช้า โดยในช่วงเวลาที่ศึกษาพบว่า คดีที่เข้าสู่กรมบังคับคดีประมาณ 50–60% สามารถเดินหน้าไปสู่การยึดทรัพย์ และคดีที่สามารถขายทอดตลาดและนำเงินมาชำระหนี้คืนเจ้าหนี้สำเร็จอยู่ที่ประมาณ 20% ของปริมาณคดีทั้งหมดในแต่ละปี


อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลจากการศึกษาในช่วงเวลานั้น และไม่ควรนำมาใช้แทนภาพรวมของเจ้าหนี้ไทยในปัจจุบันโดยตรง

หากลูกหนี้เนียนไม่จ่ายต้องทำอย่างไร ?


สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ เก็บหลักฐานการกู้ยืมเงินให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นสัญญากู้ หลักฐานการโอนเงิน ข้อความสนทนา หรือหลักฐานการรับสภาพหนี้ เพราะหลักฐานเหล่านี้มีความสำคัญในการใช้สิทธิเรียกร้องทางกฎหมาย  


หากลูกหนี้ยังไม่ชำระ เจ้าหนี้สามารถใช้กระบวนการศาลเพื่อขอให้มีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ชำระหนี้ และเมื่อมีคำพิพากษาแล้ว หากลูกหนี้ยังไม่จ่าย เจ้าหนี้สามารถเข้าสู่ กระบวนการบังคับคดี เพื่อขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการยึดทรัพย์ หรืออายัดสิทธิเรียกร้องและรายได้ของลูกหนี้ได้


แม้ลูกหนี้จะยักย้ายถ่ายโอนทรัพย์สินไปแล้ว แต่ตามกฎหมายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274 เจ้าหนี้มีเวลาในการสืบทรัพย์และยึดทรัพย์ยาวนานถึง 10 ปี นับจากวันที่ศาลมีคำพิพากษา หากในอนาคตลูกหนี้กลับมารับเงินเดือนในระบบ หรือซื้อทรัพย์สินเป็นชื่อตนเอง เจ้าหนี้ก็ยังตามยึดได้


ขณะเดียวกัน กฎหมายไทยก็มีช่องทางให้เจ้าหนี้รับมือกับกรณีที่ลูกหนี้ทำนิติกรรมเพื่อทำให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ โดยสามารถร้องขอศาลให้เพิกถอน “นิติกรรมฉ้อฉล” ได้ หากเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนด


ดังนั้น “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ไม่ได้หมายความว่าลูกหนี้จะหลุดพ้นจากความรับผิด แต่สำหรับเจ้าหนี้แล้ว การได้คำพิพากษาอาจเป็นเพียง จุดเริ่มต้นของการตามเงินคืน


แหล่งข้อมูลอ้างอิง: 


https://thac.or.th/th/posts/borrow-money-not-returned

https://tdri.or.th/wp-content/uploads/2012/09/a145.pdf

ยอดนิยมในตอนนี้

แท็กยอดนิยม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง